
กรธ.ทำเนื้อหาครอบคลุม6ประเด็นสำคัญ
กรธ.พิจารณาร่างรธน.แล้วเสร็จจำนวนทั้งสิ้น4 มาตรา ครอบคลุมเนื้อหาปฏิรูปประเทศ ทั้งสิ้น 6 ด้าน
กรธ.พิจารณาร่างรธน.แล้วเสร็จจำนวนทั้งสิ้น4 มาตรา ครอบคลุมเนื้อหาปฏิรูปประเทศ ทั้งสิ้น 6 ด้าน
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า กรธ.ได้พิจารณาแล้วเสร็จเป็นเบื้องต้น โดยมีจำนวนมาตราในหมวดดังกล่าวทั้งสิ้น 4 มาตรา ครอบคลุมเนื้อหาปฏิรูปประเทศ ทั้งสิ้น 6 ด้าน อาทิ ด้านการเมือง, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านการศึกษา, ด้านกฎหมาย, ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นต้น โดยหัวใจสำคัญของหมวดดังกล่าวเพื่อให้การปฏิรูปเกิดได้อย่างเป็นรูปธรรม สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงเป็นฐานให้เกิดการพัฒนาของบ้านเมือง
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า เช่น ในด้านการปฏิรูปด้านการเมือง มีบทบัญญัติให้มีการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองเป็นสถาบัน, ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มีบทบัญญัติให้ปฏิรูประบบราชการ สร้างทัศนคติของข้าราชการที่เน้นการบริการประชาชน, แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง, ด้านกฎหมาย เขียนให้มีกลไกเพื่อปรับปรุงกฎหมายที่ล้าหลัง
ทั้งนี้ ในการปฏิรูปด้านต่างๆ ยกเว้นการเมืองนั้น กรธ. มีแนวคิดที่จะให้ตั้งกรรมการอิสระเพื่อมาดำเนินการปฏิรูปตามกรอบเวลา ซึ่งจะเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล
ส่วนการปฏิรูปการเมืองนั้นรายละเอียดจะถูกเขียนไว้ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง และกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยระบุถึงการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่นั้น กรธ.ยังไม่เคยคุยประเด็นดังกล่าว โดยส่วนตัวมองว่าเมื่อพรรคการเมืองไม่ถูกประกาศยกเลิก จึงยังมีสิทธิที่จะดำเนินการได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนใหม่ แต่การเขียนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองใหม่เพื่อเป็นกรอบและกติกาให้พรรคการเมืองปฏิบัติตาม
สำหรับเนื้อหาของบทบัญญัติที่กรธ. ปรับแก้ไข ล่าสุดมีมาตราว่าด้วยสื่อมวลชน ซึ่งได้ปรับตามข้อเสนอกลุ่มสภาวิชาชีพสื่อมวลชน โดยมีสาระสำคัญ คือ ปรับแก้มาตรา 34 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความเห็นของบุคคล การพูด การเขียน การโฆษณา ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำได้ เมื่อมีกฎหมายที่เขียนห้ามเป็นการเฉพาะ
นอกจากนั้น ได้ตัดประเด็นการห้ามใช้เสรีภาพดังกล่าวเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคมออก ขณะที่เสรีภาพทางวิชาการนั้นได้บัญญัติให้ได้รับความคุ้มครอง โดยกำหนดมาตรการที่ห้ามปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น, มาตรา 35 ว่าด้วยการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่สือมวลชนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้รับให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์และภารกิจของหน่วยงาน แทนการปฏิบัติตามอย่างเด็ดขาด, มาตรา 60 ว่าด้วยคลื่นความถี่และวงโคจรของดาวเทียม ได้เพิ่มถ้อยคำเพื่อให้รัฐต้องรักษาคลื่นความถี่และการเข้าใช้วงโคจร โดยยึดถือว่าเป็นสมบัติชาติ และการใช้ต้องให้เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตามในส่วนของการกำหนดให้มีองค์กรนั้น ได้เพิ่มถ้อยคำให้ รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระเพื่อกำกับการดำเนินงานเกี่ยวกับคลื่นความถี่ ซึ่งการปรับถ้อยคำดังกล่าว กรธ. ไม่มีเจตนาที่จะยกเลิก กสทช. ที่มีหน้าที่อยู่เดิม แต่ต้องการให้มีองค์กรของรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของกสทช. เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศสูงสุด







