
ปปง.เตือนระวัง4เล่ห์มิจฉาชีพแบบใหม่ผ่านโซเซียล
ปปง. เตือนระวัง4เล่ห์มิจฉาชีพแนวใหม่หลอกเด็ก-คนวัยทำงานผ่านสื่อโซเชียลเปิดบัญชีก่อนหลอกให้โอนเงิน-แอบอ้างจำหน่ายสินค้าผ่านเน็ต-หลอกร่วมลงทุน-จัดทริปเสนอค่าเที่ยวกินฟรีหลอกเปิดบัญชีที่จีน
ปปง. เตือนระวัง4เล่ห์มิจฉาชีพแนวใหม่หลอกเด็ก-คนวัยทำงานผ่านสื่อโซเชียลเปิดบัญชีก่อนหลอกให้โอนเงิน-แอบอ้างจำหน่ายสินค้าผ่านเน็ต-หลอกร่วมลงทุน-จัดทริปเสนอค่าเที่ยวกินฟรีหลอกเปิดบัญชีที่จีน
วันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง).กล่าวว่า ส่วนตรวจสอบการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศของปปง.พบว่าขณะนี้กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้รูปแบบใหม่ๆเพื่อหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินซึ่งมีความสลับซับซ้อนถึง 4 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกจะเข้ามาทำความรู้จักและขอเป็นเพื่อนกับกลุ่มเยาวชนที่เล่นเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมแล้วโน้มน้าวให้เปิดบัญชีธนาคารโดยให้ค่าตอบแทน เมื่อเยาวชนเปิดบัญชีแล้วก็จะให้ส่งสมุดบัญชีที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็มและรหัสเอทีเอ็ม ให้กับมิจฉาชีพทางพัสดุไปรษณีย์หรือนัดพบและถ่ายรูปตนเองพร้อมถือบัตรประจำตัวประชาชนส่งให้ทางไลน์ด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากได้สมุดบัญชีพร้อมข้อมูลส่วนตัวเด็กไปแล้วมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการหลอกลวงคนอื่นๆ ต่อไป เช่นแอบอ้างเป็น ผู้จำหน่ายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ซื้อตกลงซื้อสินค้าและโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ถูกแอบอ้างมิจฉาชีพจะกดถอนเงินจากตู้ ATM จากบัญชีธนาคารของผู้ถูกแอบอ้างและมิจฉาชีพก็จะปิดหรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนี และหากผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามหาตัวก็จะพบว่าเป็นบัญชีของเยาวชนที่ถูกหลอกลวงขอข้อมูลไปแอบอ้าง
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า รูปแบบที่ 2หลอกลวงกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการใช้เงินให้เปิดบัญชีธนาคารโดยลงโฆษณาว่าให้กู้เงินด่วน หรือชักจูงใจให้กู้เงินจำนวนมาก เมื่อเหยื่อผู้ติดต่อสอบถามการขอกู้เงินแล้วมิจฉาชีพจะขอให้ไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งข้อมูลส่วนตัว เช่นสมุดบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็มและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานการกู้เงินจากนั้นจะนำข้อมูลไปใช้แอบอ้าง เช่น การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการรับเงินที่โอนจากผู้ขอซื้อสินค้า มิจฉาชีพก็จะปิด หรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนีเมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวก็จะพบว่าเป็นบัญชีที่ถูกแอบอ้างจากการขอกู้เงินนั้น
นอกจากนี้ยังพบรูปแบบการหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารของกลุ่ม Scammerโดยพวกนี้จะทำงานเป็นทีมหลอกลวงชาวต่างชาติและคนไทยให้มาซื้อสินค้าหรือร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทโดยเสนอผลประโยชน์ที่จะได้รับให้กับเหยื่อมีแหล่งข้อมูลให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์บริษัท,ที่ตั้งบริษัทที่ต่างประเทศ รวมทั้งการสร้างความน่าเชื่อถือจากกลุ่มคณะทำงานที่สร้างเป็นฉากบังหน้าขึ้นเพื่อหลอกลวงให้เสียเงินให้กับบริษัท
โดยมิจฉาชีพจะมีการหลอกขอข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น สมุดบัญชีธนาคารบัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็ม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อนำมาใช้แอบอ้างหลอกลวงคนอื่นๆ หรือนักธุรกิจต่างชาติต่อไป
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า สุดท้าย คือ มีกลุ่มบุคคลชักชวนผ่านไลน์หรือเฟสบุ๊กให้เปิดบัญชีที่ต่างประเทศโดยระบุว่ามีเพื่อนจากจีนต้องการเปิดทำธุรกิจแลกเงินแต่ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบ หากมีผู้สนใจจะเข้าร่วมธุรกิจให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารที่จีนโดยเสนอผลตอบแทนในรูปแบบการท่องเที่ยวประเทศจีน 3 วัน 2 คืนกินเที่ยวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเงินอีก 7,000 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เปิดบัญชีและนำบัญชีธนาคารเหล่านั้นไปให้ในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จึงอยากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังด้วย







