
"บิ๊กต๊อก"ไฟเขียวดีเอสไอออกหมายเรียก"สมเด็จช่วง"
รมว.ยุติธรรม ไฟเขียวดีเอสไอออกหมายเรียก"สมเด็จช่วง"ครอบครองรถโบราณ หากไม่มาตามขั้นตอนกม.ต้องออกหมายจับ ชี้พยานต้องให้ปากคำด้วยตนเอง ลั่นไม่ส่งหนังสือแจงประเด็นคำถามให้ตอบกลับ
รมว.ยุติธรรม ไฟเขียวดีเอสไอออกหมายเรียก"สมเด็จช่วง"ครอบครองรถโบราณ หากไม่มาตามขั้นตอนกม.ต้องออกหมายจับ ชี้พยานต้องให้ปากคำด้วยตนเอง ลั่นไม่ส่งหนังสือแจงประเด็นคำถามให้ตอบกลับ
วันที่ 18 มี.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการเข้าสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรณีมีชื่อครอบครองรถเบนซ์โบราณ ขม. 99 กรุงเทพมหานคร หลังเข้าพบสมเด็จช่วงแล้วทนายระบุว่า สมเด็จช่วงจะยังไม่ขอให้ปากคำแต่ให้ทำหนังสือแจ้งประเด็นคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ยอมรับว่ารู้สึกควันออกหู เพราะเป็นผู้สั่งการให้ดีเอสไอนำดอกไม้ ธูปเทียนแพไปกราบ และกำชับให้ผู้ที่นำคณะพนักงานสอบสวนไปต้องเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ และห้ามทุกคนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ซึ่งดีเอสไอถูกกระทำทั้งยึดโทรศัพท์ และปฏิเสธการให้ปากคำ ทั้งที่ฝ่ายวัดปากน้ำฯเป็นผู้ประสานกำหนดวันเวลาเข้าพบ ตนจึงสังให้พนักงานสอบสวนกลับมาตั้งหลักห้ามให้สัมภาษณ์ตอบโต้
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ให้เกียรติสมเด็จช่วงแล้ว เพราะเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ แต่ทนายวัดปากน้ำฯยังออกมาแถลงข่าวจนทำให้เกิดความเสียหายกับภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ตนจึงสั่งการให้อธิบดีดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งการจะออกหมายเรียกวันนี้สามารถออกหมายเรียกได้เลย หากไม่มาตามหมายเรียกตามขั้นตอนทางกฎหมายก็ต้องไปขอศาลออกหมายจับ เพราะสอบถามจนได้รับความชัดเจนแล้วว่าในชั้นสอบปากคำพยาน พยานต้องให้การด้วยตนเอง ตอบได้หรือไม่ได้ก็ว่าไปตามที่รู้
"หากทำคำถามคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรได้ก็อยากทำ แต่หากเป็นเช่นนั้นจะได้คำตอบเมื่อไหร่ และหากมีประเด็นต่อเนื่องก็ต้องถามกลับไปกลับมาไม่จบ ดังนั้นจะไม่มีการแจ้งประเด็นเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะทางการสอบสวนทำไม่ได้ เรื่องแบบนี้เจ้าตัวต้องตอบเอง ทนายตอบแทนไม่ได้ ในชั้นนี้เป็นการสอบปากคำในชั้นสอบสวน ไม่ใช่ในชั้นศาลที่ทนายจะซักค้านได้ สำหรับการเรียกสอบปากคำพระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ก่อนหน้านี้การให้เกียรติไม่ได้ผิดกฎหมาย อะไรที่สามารถทำได้ก็ทำ ไม่มีเลือกปฏิบัติ"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีทนายวัดปากน้ำออกมาระบุว่าสมเด็จช่วงไม่รู้เรื่องรถคันดังกล่าวและทราบเฉพาะเรื่องการรับบริจาคว่า ไม่รู้ไม่ได้หมายถึงการให้ปากคำไม่ได้ เจตนาในหนังสือระบุไว้หมดแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ การสอบปากคำตอบได้แค่ไหนก็คือแค่นั้น เจตนาคือต้องไปสอบ รู้คือรู้ ไม่รู้คือไม่รู้ แต่ทนายจะตอบแทนไม่ได้
ขณะที่พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 21 มี.ค. จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการกับสมเด็จช่วง ภายหลังทนายปฏิเสธการให้ปากคำ นอกจากนี้จะสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนด้วยว่านัดสอบปากคำหลวงพี่แป๊ะ ในช่วงเย็นวันที่ 21 มี.ค.นี้จะได้สอบปากคำหรือไม่ หากไปพบที่วัดแล้วจะให้พนักงานสอบสวนส่งประเด็นคำถามเหมือนกรณีสมเด็จช่วงก็ไม่ต้องไป







