
ขุมทรัพย์ใกล้บ้าน รัฐบาลทำให้เป็น
สภาพหดตัวระดับโลกที่ลามมาถึงไทยหลังผ่านไปแค่ 3 เดือนแรกของปี 2559 หน่วยงานหลักๆ ของโลก เช่น ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี ต่างออกมาปรับตัวเลขเศรษฐกิจไปทางลดลงเกือบทุกค่าย
สภาพหดตัวระดับโลกที่ลามมาถึงไทยหลังผ่านไปแค่ 3 เดือนแรกของปี 2559 หน่วยงานหลักๆ ของโลก เช่น ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี ต่างออกมาปรับตัวเลขเศรษฐกิจไปทางลดลงเกือบทุกค่าย
ผลดังกล่าวทำให้รัฐบาลออกมายอมรับความจริงระดับหนึ่ง ด้วยการยอมปรับตัวเลขส่งออกปีนี้ลงบ้าง ในขณะที่ภาคเอกชนมองการส่งออกปีนี้อาจจะติดลบติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เพราะการส่งออกที่หายไปในทางปฏิบัติจริง มีสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีก่อน ที่ยอดคำสั่งซื้อร่วงลงไปอย่างน่าใจหาย
เมื่อการส่งออกลดลง การค้าขายในประเทศก็ต้องโดนกระทบไปตลอดทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ โรงงานผลิต ไปจนถึงร้านค้าส่งค้าปลีก งานนี้หนักขนาดถึงขั้นล้ม หลักคิดทางการตลาดที่ว่า ในส่วนผสมการตลาด 4’P (Product Price Place Promotion) หากช่วงไหนเศรษฐกิจไม่ดี ต้องเน้นที่ตัวไพรซ์หรือราคา กับ โปรโมชั่นหรือต้องทั้งลดราคา ทั้งอัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ถึงจะสู้กับยอดขายที่ร่วงลงได้ หากยังดันไม่ไหว ก็ต้องอัดสินค้าเข้าหลังร้านหรือเทรดโปรโมชั่น ภาษาพ่อค้าเรียกว่ายิของเข้าหลังร้าน เมื่อดันสินค้าเข้าไปในสต๊อกร้านค้ามากๆ แบบทั้งลดทั้งแจกทั้งพาไปทัวร์ต่างประเทศถ้ายอดสั่งถึงเป้า สุดท้ายเมื่อร้านค้าแบกสต๊อกไว้มาก เงินทุนจม ก็ต้องเร่งขายสินค้าที่แบกไว้มากที่สุด ยอดขายสินค้าตัวนั้นก็ชนะยี่ห้ออื่น
แต่กับสภาพฝืดเคืองครั้งนี้ เท่าที่ได้สอบถามจากผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง บอกว่าทั้งตัดราคา ทั้งโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ทว่าด้วยสภาพฝืดเคืองหรือเงินเฟ้อติดลบลากมายาวนาน ทำให้ถึงจะหั่นจนเข้าเนื้อหรือโปรโมชั่นรุนแรง ก็เข็นยอดไม่ขึ้น เพราะบริษัทอื่นก็ตัดราคาอัดโปรโมชั่นไม่แพ้กัน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปหลายๆ ราย บนความฝืดเคืองถดถอยของเศรษฐกิจ กลับมีขุมทรัพย์อยู่ใกล้เมืองไทย ที่เกือบทุกรายที่สอบถาม ส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ากลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) นี่แหละจะเป็นทางรอดของปีนี้
ที่ผ่านมาก็ได้ยินแต่เพียงหลายบริษัทออกมาพูดว่า ซีแอลเอ็มวีเป็นตลาดที่โตมาก กำลังซื้อดี หน่วยงานรัฐออกมาบอกว่าตัวเลขการส่งออกไปซีแอลเอ็มวี เป็นสัดส่วนที่แซงหน้ารายได้ส่งออกไปกลุ่มยุโรปที่กว่า 10% ของรายได้การส่งออกทั้งหมดแล้ว และเมื่อมาได้รับฟังจากผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง งานนี้ถึงกับตะลึง ว่าขุมทรัพย์อยู่ใกล้ตัวมีอยู่จริงๆ ขนาดสินค้าที่โดนกระทบหนักๆ เช่น กลุ่มอาหารทะเล ที่โดนตรวจเข้มจากไอยูยู หรือการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated (IUU) Fishing) ของสหภาพยุโรปหรืออียู ซึ่งทำให้เรือประมงต้องเลิกกิจการ โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำ ต้องเจ๊งไปหลายแห่ง เมื่อปรับตัวไปค้าขายในซีแอลเอ็มวี ขณะนี้แทบจะเมินตลาดยุโรปไปแล้ว
ทั้งนี้ เพราะยอดขายที่เคยวูบลงไป 1 ใน 3 ปัญหาสภาพคล่องที่ต้องยอมไปขายลดเช็ค เพื่อเสริมสภาพคล่องให้บริษัท ปัญหาดังกล่าวได้รับการบรรเทาลงไปอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง เพราะสินค้าที่ดูเหมือนว่าจะมีพื้นฐานของวัตถุดิบ กลุ่มสินค้าอย่างเดียวกัน เช่น กลุ่มอาหารแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน แต่ผู้ประกอบการหลายรายบอกว่า บนความเหมือนมีความต่าง เพราะสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยได้รับความนิยมว่ายี่ห้อผลิตจากไทยดูพรีเมียม มาตรฐานดีกว่า และถึงแม้เป็นชนิดเดียวกับที่ประเทศซีแอลเอ็มวีผลิตได้ แต่สินค้าไทยก็มีความหลากหลายให้เลือกมากกว่า
เรียกว่าไม่ต้องเป็นสินค้าที่สเปกสูงมากมาย จนต้นทุนดันสินค้าให้ขายราคาแพงเหมือนขายไปยุโรป ก็ส่งออกไปจำหน่ายได้ในซีแอลเอ็มวี นอกจากนี้ยังไม่โดนมาตรการที่ไม่เกี่ยวกับภาษี มาเป็นมาตรการกีดกันการค้าทางอ้อม
เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรดาผู้ประกอบการจึงอยากให้รัฐบาลจัดกิจกรรมไปเยี่ยมเยียนกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีให้ถี่ขึ้น ออกไปจัดงานแสดงสินค้า เอกซิบิชั่น เปิดทางหรือพาผู้ประกอบการไทยออกไปหาช่องทาง นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายกลางรายย่อยหรือเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มาตรฐานส่งออกไปกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีได้
ขณะที่ผู้ประกอบการที่ออกไปกับหน่วยงานรัฐ ก็อย่าหวังเพียงผู้เข้ามาเดินในงานแสดงสินค้า ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่หรือกลุ่มที่มีฝีมือ เข้ามาติดต่อสั่งซื้อหรือจ้างผลิต เพราะผู้ประกอบการหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีฝีมือทุ่มเทในการทำมาหากินในแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่จะอยู่ตามแหล่งค้าส่งทำมาหากินอยู่เรียกว่าค้าขายดีจนอาจแทบไม่มีเวลามาเดินงานแสดงสินค้า เพื่อหาสินค้าใหม่ไปขาย
ดังนั้น เมื่อผู้ประกอบการหรือเอสเอ็มอีไทย มีโอกาสได้ไปกับหน่วยงานรัฐเป็นใบเบิกทางแล้ว ก็ไม่ควรแค่ให้ผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายเดินมาหา ควรต้องลงไปถึงแหล่งที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นทำมาหากินจริงๆ จะได้พบพันธมิตรการค้า ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
งานนี้เรียกว่าในขณะที่คนอื่นกำลังมึนงงว่าตลาดจีนจะหดตัวมากขนาดไหน ยุโรปยังแย่ ญี่ปุ่นยังซึม สหรัฐยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีผู้ประกอบการที่ซื้อง่ายขายคล่อง ซึ่งรัฐบาลก็น่าจะให้น้ำหนักตลาดซีแอลเอ็มวีมากขึ้น ถือเป็นการเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งทางออกในยุคฝืดเคือง







