
"ประวิตร"ถกทีมไทยแลนด์ยันรบ.มุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งในประเทศ
ประวิตรเยือนอินเดีย ตกลงร่วมมือด้านไซเบอร์ ยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ยันรัฐบาลมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งในประเทศ
ประวิตรเยือนอินเดีย ตกลงร่วมมือด้านไซเบอร์ ยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ยันรัฐบาลมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งในประเทศ
วันที่ 18 มี.ค.พล.ต. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึง การเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.สส. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมอินเดีย ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. 59 ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายแก่ทีมไทยแลนด์ ณ โรงแรมที่พัก โดยสรุปว่า รัฐบาลปัจจุบันมีความพยายามอย่างมุ่งมั่น ในการวางรากฐานและสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ สู่ความมั่นคงและมั่งคั่งควบคู่กันไป ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศ 20 ปีและขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศตามแผน โดยให้ความสำคัญกับแผนระยะ 5 ปีแรก ขณะเดียวกันความร่วมมือระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกันมีความจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศใหญ่ที่มีศักยภาพและกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การเชื่อมโยงให้ไทย เป็นประตูสู่อาเซียน ( Gate Way of ASEAN ) มีความสำคัญมาก จึงขอให้ร่วมกันทำหน้าที่เพิ่มเติมในการเป็นผู้แทนทางการค้า ด้วยการพิจารณาศักยภาพและโอกาสของทั้งสองประเทศ สร้างความร่วมมือขยายสู่การค้า การลงทุนระหว่างกัน เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศขณะเดียวกัน ก็ขอให้ร่วมกันสร้างความเข้าใจและเชื่อมั่นกับประชาชนอินเดีย ถึงสถานการณ์และพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย ที่กำลังเดินหน้าสู่ โรดแมป การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในปี 60
หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมคณะ ได้เดินทางไปประกอบพิธีวางพวงมาลา ณ India Gate และได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ นาย M. ( Mohammad ) Hamid Ansari ( เอ็ม ( โมฮัมมัด ) ฮามิด อันสารี ) รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินเดีย ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยรองประธานาธิบดีอินเดียกล่าวชื่นชมพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งสภาวัฒนธรรมแห่งอินเดีย จะทูลเกล้าฯถวายรางวัล World Sanskrit Award ในการเสด็จเยือนอินเดียใน ก.ย.59 และขอขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง และได้หารือร่วมกันถึง ศักยภาพของทั้งสองประเทศ ที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและเพิ่มพูนการค้าการลงทุนระหว่างกันให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในโอกาสครบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ปี 2560 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า การเยือนไทยของรองประธานาธิบดีอินเดียที่ผ่านมา ประกอบกับการสานต่อและขยายผลการเดินทางของรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเดินทางของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พร้อมนักลงทุนชาวไทยหลังจากนี้ เป็นการเตรียมการ ก่อนการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ในเม.ย.59 ถือเป็นพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ชัดเจนยิ่ง ถึงความตั้งใจและจริงใจระหว่างกัน สอดคล้องกับนโยบาย Act East ของอินเดียและ Look West ของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนทั้งสองประเทศ
ต่อจากนั้น ได้เดินทางเข้าพบและหารือกับ นายอาจิต โดวาล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอินเดีย โดยนายอาจิต ได้กล่าวถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก่อนทั้งสองฝ่ายจะหารือและเห็นร่วมกันว่าภัยคุกคามที่สำคัญของทั้งสองประเทศประกอบด้วย ปัญหายาเสพติด การก่อการร้ายและอาชญกรรมข้ามชาติโดยเฉพาะการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศชาติ รวมทั้งปัญหาความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ก่อความไม่สงบ ส่งผลให้เส้นทางการเดินเรือของภูมิภาคมีความไม่ปลอดภัย .... โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน ที่จะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน อันประกอบด้วย ตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายและความมั่นคง ในการทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการจัดให้มีการหารือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ เพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมและพยายามให้มีการลงนามร่วมกัน ในโอกาสการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการของ นรม. เพื่อเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และรักษาความสัมพันธ์ในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ( Strategic Partnership )
หลังจากนั้น รองนรม.และรมว.กห.และคณะ ได้ตรวจแถวของกองทหารเกียรติยศ ณ กระทรวงกลาโหมอินเดีย และเข้าเยี่ยมคำนับ นาย Monohar Parrikar ( มาโนฮาร์ พาร์ริการ์ ) รมว.กห.อินเดีย ณ อาคารรับรอง โดยได้หารือถึงความร่วมมือทางทหารที่มีร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือน การฝึก ศึกษาร่วมกัน ซึ่งกห.อินเดียพร้อมที่จะขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและสนับสนุนไทยในการจัดฝึกอบรม ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยในด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งกองทัพเรืออินเดีย ยินดีเข้าร่วมพิธีสวนสนามทางเรือ (Thailand's International Fleet Review 2017)ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในโอกาสครบ 50 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ทั้งนี้ ไทยก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารความมั่นคงและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกา โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ในการพิจารณาหารือการดำเนินงานร่วมกันต่อไป เพื่อความสงบสุขร่วมกันของภูมิภาค







