
คาใจปลาตายมาบตาพุด
เร่งสำรวจปลาตายเกลื่อนหาดมาบตาพุด กรมทรัพยากรฯ คาดผลกระทบจากแพลงก์ตอนสะพรั่ง ดึงก๊าซออกซิเจนในน้ำต่ำ
เร่งสำรวจปลาตายเกลื่อนหาดมาบตาพุด กรมทรัพยากรฯ คาดผลกระทบจากแพลงก์ตอนสะพรั่ง ดึงก๊าซออกซิเจนในน้ำต่ำ
นายศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ระยอง) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากชาวประมงหาดตากวน กรณีพบปลาตายเกลื่อนชายหาดบริเวณหาดตากวน ต.มาบตาพุด จ.ระยอง เป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร และน้ำทะเลมีตะกอนสีแดงกระจายอยู่ทั่ว ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกปีในช่วงนี้
นอกจากนี้ ยังพบปลาตายในลำคลองใกล้จุดเกิดเหตุตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยบริเวณนี้เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลบริเวณหาดตากวนนำมาวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เบื้องต้นพบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 3 เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ยกเว้นค่าความเป็นกรด-ด่าง มีค่าสูงกว่าเกณฑ์ และทำการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำที่ตายบริเวณชายหาดเพื่อหาสาเหตุการตายต่อไป
นายศุภวัตร กล่าวว่า สาเหตุที่ปลาตายอาจเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอม ซึ่งพบเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แพลงก์ตอนพืชชนิดนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีการสร้างสารชีวพิษ แต่เมื่อเกิดการสะพรั่งจะพบว่ามีออกซิเจนสูงในเวลากลางวันจากการสังเคราะห์แสง ในขณะที่เวลากลางคืนจะดึงก๊าซออกซิเจนไปใช้ทำให้ออกซิเจนในน้ำต่ำลงมาก
น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า ไม่เคยเห็นปลาตายมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะปลาสลิดหินที่เป็นปลาค่อนข้างอดทนและตายยาก จึงไม่เชื่อว่าจะเกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างเรื่องการสร้างสารพิษจากแพลงก์ตอน
น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวว่า ได้ข้อมูลเพิ่มมาว่าบริเวณคลองชากหมากซึ่งเป็นคลองรับน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงงานอุตสาหกรรมจะไหลลงทะเลมีสีผิดปกติ การที่บอกว่าแพลงก์ตอนเป็นพิษทำให้ปลาตายแบบนี้ทุกปีก็มีจริง แต่ไม่ใช่ที่มาบตาพุดแน่นอน เจ้าหน้าที่มูลนิธิบูรณะนิเวศจะเก็บตัวอย่างน้ำที่คลองชากหมากมาตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษอะไรหรือไม่







