
พท.วิพากษ์เสื้อแดง สรุปบทเรียนพ่ายแพ้
8...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
หลังเหตุการณ์
“พฤษภา 2553” แกนนำเสื้อแดงบางส่วนยอมรับว่า พวกเขาเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ เพราะแกนนำขาดเอกภาพในการนำแต่ในด้านมืดก็มีด้านสว่าง แม้แกนนำเสื้อแดงจะถูกจับกุมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกับข้อหาก่อการร้าย แต่ขบวนการเสื้อแดงกลับไม่อ่อนลงตาม ตรงกันข้ามยิ่งบีบก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ก่อนเกิดเหตุการณ์พฤษภาเลือด ในหมู่แกนนำเสื้อแดงเองเกิดความขัดแย้งหลายครั้งจาก
“จุดเปลี่ยน” ในแผนปรองดองของรัฐบาลที่บางส่วนเห็นว่า ถ้าเสื้อแดงรับก็จะชนะ ไม่ต้องสูญเสียมาก และยังรักษาขบวนไว้ได้ แต่อีกปีกเห็นต่าง ต้องเดินหน้าสู้ ไม่ชนะไม่เลิกความพ่ายแพ้ครั้งที่ 2 นี้ ไม่ต่างจากสงกรานต์เลือด 2552 ครั้งนั้นสายพิราบจาก นปช. และพรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้แกนนำเสื้อแดงสรุปบทเรียน
โดยเฉพาะการใช้
“ความรุนแรง” เปลี่ยนการเมือง อย่าให้แนวร่วมและกลุ่มฮาร์ดคอร์ใช้แนวทางนี้เป็นตัวนำขับเคลื่อนรวมถึงบทเรียนของพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดง ว่า ใครควรนำใคร...พรรคควรนำเสื้อแดง หรือเสื้อแดงควรนำพรรค
กว่า 2 เดือนหลังพฤษภาเลือด เครื่องยนต์สองขาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ฤกษ์ออกสตาร์ตในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก หลังจากพรรคเพื่อไทยยกขบวนปราศรัยใน 4 จังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนเสื้อแดงกลับมาคึกคักประเดิมด้วยคอนเสิร์ตสีแดงที่ จ.สมุทรสาคร
“
จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งร่วมขึ้นเวทีที่ผ่านฟ้าลีลาศและราชประสงค์ เป็น “ผู้นำม็อบ” แทน พ.ต.ท.ทักษิณ ในยามที่ห่างหายจากการโฟนอิน ได้ออกมากระตุ้นให้พรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงสรุปบทเรียนครั้งที่ 2 ว่า พรรคต้องหาความพอดี ไม่ควรเน้นเรื่องเสื้อแดงและการปราบประชาชนมากเกินไป หากไม่รีบสรุปบทเรียนและปรับยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยอาจอยู่ในสภาพหลงน้ำก็ได้“
สงวน พงษ์มณี” สส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย จ.ลำพูน ผู้เสนอให้ตั้ง “สมัชชาแดง” ทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูขบวนการแดงทั้งแผ่นดินขึ้น บอกกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการสรุปบทเรียนว่า คนเสื้อแดงต้องไม่กลัวความคิดตัวเอง ต้องกล้าวิจารณ์ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า 1.ทำไมไม่รู้จักสะสมชัยชนะในเชิงคุณภาพของเหตุการณ์ให้ต่อเนื่องกว่านี้ คำพูดที่ว่า ไม่ชนะไม่กลับ การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เป็นคำพูดที่ไม่ต่างจากลัทธิยอมจำนน2.จุดแข็งที่สุดของฝ่ายอำนาจ คือ กรุงเทพฯ จุดอ่อนที่สุดของฝ่ายอำนาจ คือ ต่างจังหวัด จุดแข็งที่สุดของชาวบ้านอยู่ที่ชุมชนของตัวเอง จุดอ่อนที่สุดของประชาชนอยู่ที่ศูนย์กลาง คือ กรุงเทพฯ การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาเรานำจุดอ่อนของเราไปชนกับจุดแข็งของฝ่ายอำนาจ จึงนำมาสู่การพ่ายแพ้ในเชิงยุทธวิธี
“
วันนี้เสื้อแดงต้องเริ่มสะสมกำลังใหม่ โดยฝึกสมองของกลุ่มคนในต่างจังหวัดให้มาก และต้องไม่ใช้การฝึกอาวุธ กล่าวคือ ในการเคลื่อนไหวมวลชน อย่าคิดเอาชนะการต่อสู้ทางทหารเป็นหลัก ต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริงในพื้นที่ไปสู่การแก้ปัญหา อย่าเริ่มต้นจากความปรารถนาทางอุดมคติโดยไม่มองความเป็นจริง วันนี้ความตั้งใจของคนกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นมันไม่ทันกัน เหมือนคุณกำลังหุงข้าว รอข้าวสุกแต่ลืมก่อไฟ ข้าวจึงไม่มีทางสุก ถ้าฝ่ายเสื้อแดงทุกจังหวัดไม่สรุปบทเรียนที่เป็นรูปธรรม หรือกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างถึงที่สุด การจะเอาชีวิตรอดในสถานการณ์อย่างนี้ก็คงลำบาก”สงวน ยังมองกรณี
“วีระ มุสิกพงศ์” ประธาน นปช. ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยที่ดีเอสไอไม่คัดค้านการประกันตัวว่า เป็นแผนของรัฐบาลเพื่อทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่แกนนำ แต่ส่วนตัวเห็นว่า ถ้าแกนนำคนไหนมีภาระทางชีวิต ก็ถอยฉากออกมาได้“
เส้นทางการต่อสู้ประชาธิปไตย มันก็เหมือนสะพานคอนกรีตที่แย่งชิงการนำ แต่วันนี้เมื่อเกิดภาวะวิกฤต สะพานคอนกรีตกลายเป็นสะพานไม้ไผ่ น้ำหนักตัวใครเยอะกว่าก็ข้ามไม่ได้ เสื้อแดงมันเหมือนยอดไม้อ่อนอยู่กลางแดดหญ้า ใบไหนที่อ่อนแอก็จะถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม แต่ก้านมันยังเหลืออยู่และไม่มีวันตาย”“
สุชาติ ธาดาธำรงเวช” อดีต รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในช่วงสั้นๆ บอกว่า เสื้อแดงต้องสรุปบทเรียนว่า การเข้ามาในตัวเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยใช้ไม่ได้กับสังคมขุนนางในประเทศไทย เพราะขุนนางไม่ได้คิดว่าคุณเป็นลูกหลาน แต่ถ้าเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ จะมองคนเป็นเหมือนลูกหลานด้วยกัน ดังนั้นเสื้อแดงต้องขับเคลื่อนการต่อสู้จากนี้ไปสู่การเลือกตั้งสำหรับพรรคเพื่อไทย อดีตหัวหน้าพรรคผู้นี้ เห็นว่า ถ้าจะให้ดีพรรคเพื่อไทยควรเดินตามเสื้อแดง จะมานำเสื้อแดงไม่ได้ เพราะเสื้อแดงคือผู้ที่เลือกพรรค และพรรคก็มีกรอบอุดมการณ์ที่กระจาย เนื่องจากบุคคลมาจากหลากหลายทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ และพวกมีฐานะ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำเสื้อแดงรุ่นแรก มองว่า เสื้อแดงต้องเป็นฝ่ายนำความคิดมวลชน การต่อสู้ต้องเป็นไปอย่างสันติ จากนี้การชุมนุมใหญ่อาจไม่มีความจำเป็นแล้ว แต่อาจมีการสัมมนา ชี้แจงนโยบายก่อนถึงการเลือกตั้ง
“
เสื้อแดงต้องยึดหลักสันติวิธีเท่านั้น ตรงนี้มวลชนเสื้อแดงต้องระวัง และแนวร่วมที่นิยมความรุนแรงต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า การใช้ความรุนแรงจะไม่เป็นผลดีต่อใคร ซึ่งผู้มีอำนาจก็ต้องหยิบยื่นความเมตตาให้ และเลิกกวาดล้าง”พ.อ.อภิวันท์ สรุปว่า พรรคเพื่อไทยต้องเป็นฝ่ายนำเสื้อแดง ไม่ใช่ให้เสื้อแดงนำพรรค เพราะพรรคต้องนำเอาความคิดมวลชนที่มีความเห็นหลากหลายเข้าสู่ระบบพรรคที่มีความคิดเป็นระบบมากกว่า







