
ย้าย100ตร.โยงมาเฟีย-เด้งผกก.พื้นที่จ.นราฯละเลย
ผบ.ตร.สั่งย้ายตำรวจ 100 นายโยงมาเฟียตั้ง กก.สอบ พร้อมเด้งผกก.ในพื้นที่จ.นราธิวาสช่วยราชการ 30 วัน ละเลยเหตุโจรใต้บุกรพ.เจาะไอร้อง เร่งล่าคนร้ายกราดยิงวัดอ้อน้อย
ผบ.ตร.สั่งย้ายตำรวจ 100 นายโยงมาเฟียตั้ง กก.สอบ พร้อมเด้งผกก.ในพื้นที่จ.นราธิวาสช่วยราชการ 30 วัน ละเลยเหตุโจรใต้บุกรพ.เจาะไอร้อง เร่งล่าคนร้ายกราดยิงวัดอ้อน้อย
วันที่ 16 มี.ค. พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. ลงนามให้ผู้กำกับการในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้มาช่วยราชการ เป็นเวลา 30 วัน เนื่องจาก ปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุผู้ก่อความไม่สงบ บุกรุกเข้าไปในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และปะทะกับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า พอทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาลเจาะไอร้องแล้ว และบางส่วนมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายหมาย ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ระหว่างการติดตามตัว เพราะคดีนี้มีพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจน
ทั้งนี้ได้กำชับให้ตำรวจในพื้นที่ มีการหารือกับกองทัพภาคที่ 4 เพื่อปรับแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้เข้มงวดมากขึ้น และไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก
ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แก๊สไพโรเจนระเบิดที่อาคารเอสซีบี ปาร์ค ของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่นั้น ในวันนี้ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.เจริญ ศรีศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เดินทางไปสอบปากคำกับบริษัทที่รับจ้างทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้อาคารเอสซีบี ปาร์ค ของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนพนักงานของธนาคารไทยพาณิชย์จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้สอบไปกว่า 20 ปากแล้ว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลว่าขณะนี้ได้สั่งย้ายตำรวจกว่า 100 นายที่พบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลออกนอกพื้นที่หมดแล้ว เพื่อลดความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ซึ่งจากนี้ก็จะมีการคุมความประพฤติและตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่หากพิจารณาแล้วว่าจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลอีกก็จะให้โอกาสกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมทั้งนี้ไม่กังวลเรื่องกำลังตำรวจในพื้นที่ที่อาจลดน้อยลง เพราะต้องเลือกผลประโยชน์ของประชาชนมาก่อน
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่าได้รับรายงานเบื้องต้นจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าภายในวัดอ้อน้อย จ.นครปฐมแล้วจึงได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมและตำรวจภูธรภาค7เร่งดำเนินการสืบสวนส่วนตัวเชื่อเป็นการก่อเหตุเนื่องจากเรื่องส่วนตัว โดยไม่ได้มีความประสงค์สร้างความสูญเสียต่อชีวิต แต่ขณะนี้ยังคงไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มใด และนำอาวุธปืนมาจากที่ใด ต้องรอการสืบสวน
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับตำรวจทางหลวงที่เรียกรับส่วยจากรถบรรทุก ว่าได้สั่งกักขัง 7วันเนื่องในความผิดในการตั้งด่านลอย ส่วนจะเป็การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่นั้นต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม







