
ปฏิรูประบบภาษี
ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนระบบและวิธีการทำงานของทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด แบบเปลี่ยนโฉมหน้าไปโดยสิ้นเชิง
ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนระบบและวิธีการทำงานของทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมด แบบเปลี่ยนโฉมหน้าไปโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ จะเกิดการปรับปรุงและรื้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกมากมายหลายฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อรองรับให้ธุรกิจใหม่ๆ มีกฎเกณฑ์ควบคุมดูแลให้เหมาะสม
อีกเรื่องที่สำคัญและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ คือ การเก็บข้อมูลการค้า การเสียภาษีของผู้ประกอบการจะเข้าสู่ระบบเป็นเรื่องเป็นราว เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลของกรมภาษีกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศ โอกาสที่เอกชนจะหนีภาษีหรือหลบเลี่ยงภาษีจะทำได้ยากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีทางตรงและทางอ้อม
ขณะนี้รัฐบาลเริ่มแล้ว ด้วยการนิรโทษกรรมภาษีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มาจดแจ้งการเสียภาษี ซึ่งหมดกำหนดไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้ามายื่นจดแจ้งเป็นแสนราย กลุ่มนี้จะเริ่มเข้าสู่การเสียภาษีที่ถูกต้อง สมตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี
อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรก็ได้ยกระดับการตรวจสอบผู้ที่เลี่ยงเสียภาษีด้วยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้เสียภาษีกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อสามารถที่จะตรวจสอบการทำธุรกรรมและเรียกข้อมูลเสียภาษีได้ทุกราย โดยเสนอแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการเรียกดูข้อมูลบุคคลที่สาม ภายในเดือน มิ.ย. 2559 นี้ ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้กำกับและดูแลธนาคารพาณิชย์ จะต้องเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์คู่ไปด้วย เพราะกฎหมายนี้ระบุชัดเจนว่าห้ามธนาคารพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลของลูกค้า เพื่อให้สอดรับกับกฎหมายภาษีที่กระทรวงการคลังเสนอ
สิ่งที่รัฐบาลจะได้ตามมาหากเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะสามารถขยายฐานภาษีได้มาก คนที่ไม่เคยเสียภาษีหรือที่เคยเสียภาษีแบบเหมาจ่าย โดยแจ้งรายได้ต่ำ ก็จะถูกตรวจสอบว่าแจ้งรายได้เป็นจริงหรือไม่ ถ้ารายได้ที่แจ้งกับปริมาณธุรกรรมเงินเข้าและออกในบัญชีผ่านธนาคารไม่สัมพันธ์กัน ก็จะถูกตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไรแน่
ระบบดังกล่าวไม่ถือว่ากรมสรรพากรโหดแต่อย่างใด ระบบเหล่านี้ในต่างประเทศทำมานานแล้ว และพัฒนาไปจนถึงขั้นการออกกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาไล่ตรวจสอบภาษีของคนอเมริกันที่ไปทำงานหรืออาศัยในต่างประเทศว่ามีการเสียภาษีอย่างไร โดยขอความร่วมมือสถาบันการเงินในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีแฟตก้าส่งข้อมูลบัญชีของคนอเมริกันให้กับกรมสรรพากรอเมริกาด้วย
นี่เป็นก้าวแรกของการปฏิรูประบบภาษีของประเทศ ที่ควรจะสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยยังต้องการเงินเพื่อการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน การเสียภาษีอย่างถูกต้องถือว่าคนไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ แต่ในขณะเดียวกันระบบการตรวจสอบต้องเข้มแข็งไม่ให้รัฐบาลใช้เงินภาษีไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ







