
ทุนนอกหวั่นไร้ผู้ร่วมทุนประมูล3จี
แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประมูล 3จี นั้น นอกจากผู้ให้บริการมือถือทั้งสามราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แล้ว ยังมีกลุ่มทุนสื่อสารต่างชาติให้ความสนใจหลายราย เช่น ไชนา เทเลคอม ของประเทศจีน กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นและมาเลเซีย หลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เดินทางไปโรดโชว์โครงการ 3จี ในต่างประเทศ
แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประมูล 3จี นั้น นอกจากผู้ให้บริการมือถือทั้งสามราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แล้ว ยังมีกลุ่มทุนสื่อสารต่างชาติให้ความสนใจหลายราย เช่น ไชนา เทเลคอม ของประเทศจีน กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นและมาเลเซีย หลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เดินทางไปโรดโชว์โครงการ 3จี ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของกลุ่มทุนต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมประมูลในโครงการ 3จี คือ เรื่องของสัดส่วนการถือหุ้น เนื่องจากใน พ.ร.บ.ต่างด้าวระบุไว้ชัดเจนว่า บริษัทที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจสื่อสารในประเทศไทยนั้นต้องมีบริษัทคนไทยถือหุ้น 51% และต่างชาติถือหุ้น 49% ซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักของกลุ่มทุนต่างชาติว่าจะหากลุ่มทุนไทยกลุ่มใดเข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจสื่อสารเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก อย่างน้อยๆ หุ้นส่วนแต่ละฝ่ายต้องมีเงินลงทุนเบื้องต้นฝ่ายละ 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้หากบริษัทต่างชาติใช้วิธีการตั้งนอมินีมาเลี่ยงกฎหมายไทย ก็เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงอย่างมาก หากถูกหน่วยงานรัฐจับได้ หรือถูกกระแสสังคมโจมตีดังเช่นที่เคยเกิดมาแล้วกับกลุ่มชิน
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาเรื่องการควบคุมมาตรฐานการให้บริการโทรศัพท์ 3จี เพราะขณะนี้ กทช.ไม่ได้กำหนดมาตรฐานการให้บริการโทรศัพท์ 3จี มีเพียงการกำหนดพื้นที่ครอบคลุมการให้บริการเท่านั้นว่า ต้องครอบคลุมประชากรให้ได้ 80% หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว 4 ปี แต่ไม่ได้กำหนดว่า ความเร็วมาตรฐานของการส่งข้อมูล หรือดาต้า นั้นอย่างต่ำต้องอยู่ที่ความเร็วเท่าใด เหมือนกับที่ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ เคยถูกลูกค้าร้องเรียนว่า ความเร็วในการให้บริการต่ำกว่าที่โฆษณาไว้







