
จัดแถวมาเฟียอีสาน
แม่ทัพภาคที่ 2 ส่งชุดปฏิบัติการทหารกว่า 1,000 นาย ลุยปราบกลุ่มผู้มีอิทธิพล 20 จังหวัดอีสาน
แม่ทัพภาคที่ 2 ส่งชุดปฏิบัติการทหารกว่า 1,000 นาย ลุยปราบกลุ่มผู้มีอิทธิพล 20 จังหวัดอีสาน
พล.ท.ธวัช สุกปลั่น แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกว่า 1,000 นาย สนับสนุนภารกิจแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นตามนโยบายรัฐบาล เน้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะเริ่มสแกนจากรายชื่อผู้มีอิทธิพลที่ถูกร้องเรียนมาทั้งที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด รวมถึงที่ คสช. มีรายชื่อผู้มีอิทธิพลจริงซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ โดยจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
สำหรับรายชื่อผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่เป็นการข่มขู่ การทวงหนี้นอกระบบ และการเรียกรับผลประโยชน์
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีที่มีรายชื่อตำรวจระดับ พล.ต.ท. และ พล.ต.ต.เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล นั้น ยอมรับว่ามีมากกว่า 1 นาย อย่างไรก็ตาม ต้องขอดูเอกสารก่อน ในส่วนที่จะเสนอให้ ผบ.ทบ. และ ผบ.ตร. ดำเนินการ โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เป็นตำรวจนั้นก็ต้องสืบสวน ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญา แต่ถ้าไม่ผิดก็เสนอยุติไป
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า นโยบายปราบผู้มีอิทธิพล ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง หรือเป็นฝ่ายตรงข้าม คสช. เพราะใน 16 ฐานความผิด ก็ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส่วนจะเป็นการติดตามตำรวจเสื้อแดงหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ตำรวจต้องเป็นของประชาชนไม่มีเสื้อ ไม่มีสีเสื้อ
“รายชื่อตำรวจที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล 200 นาย น่าจะมีมูลความผิดที่ชัดเจนพอสมควร มิเช่นนั้นทางเลขาธิการ คสช.คงไม่รายงานมา” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวยอมรับว่า ได้เรียกนายตำรวจยศพลตำรวจโท ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีอิทธิพลมาพูดคุยแล้ว แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เพราะบางข้อมูลอาจเป็นข้อมูลเก่า
พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเร่งปราบปรามผู้ก่อการร้าย ผู้มีอิทธิพล ผู้ค้ายาเสพติด น้ำมันเถื่อน และค้ามนุษย์ ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน เพื่อคืนความสงบสุขสู่สังคม







