
ปัญหาสุนัขจรจัด
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
ก่อนจะเขียนบทความนี้ ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นคนที่รักสุนัขมากคนหนึ่ง ที่บ้านผมไม่เคยขาดสุนัขเลี้ยง ตั้งแต่ตัวแรกที่ชื่อไอ้สี่ตา เพราะที่ตามีจุดเหลืองๆ ทั้งสองข้าง จนกระทั่งตัวสุดท้ายที่ชื่อไอพอทที่เพิ่งตายไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ เสียเงินค่ารักษาไปแสนกว่าบาทแต่ ไอพอทก็ตายไป ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของคนทั้งบ้านเลยตัดสินใจว่าจะไม่เลี้ยงสุนัขอีก เพราะทำใจไม่ได้เวลามันจากไปเพราะโรคร้าย ที่เล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง แค่อยากยืนยันว่าผมเป็นคนรักสุนัขคนหนึ่ง บทความที่จะเขียนวันนี้จึงไม่ได้ตั้งอยู่บนความรังเกียจเดียดฉันท์สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์แต่ประการใด
ที่ผมหยิบเรื่องสุนัขมาพูดถึงวันนี้ เพราะเห็นในโซเชียลเน็ตเวิร์ก พบข่าวอดีตนักการเมืองคนหนึ่งเอาปืนออกมายิงสุนัขที่กัดท่านตายคาที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ส่วนใหญ่ก็จะตำหนิการกระทำของนักการเมืองคนนั้น และข่าวนี้ทำให้ผมจำได้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ก็มีคลิปคนขับรถยนต์ใช้ปืนยิงฝูงสุนัขที่ออกมาวิ่งไล่คนและรถที่ผ่านไปผ่านมาแถวถนนสุทธิสารตายคาที่ และก็มีการประณามการกระทำว่าโหดร้ายทารุณสัตว์เหมือนครั้งนี้
ผมเห็นด้วยครับว่า การใช้อาวุธปืนยิงสุนัขตายในที่สาธารณะเป็นการละเมิดกฎหมายการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ และเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะถ้าเกิดพลาดพลั้งกระสุนปืนไปถูกผู้คนเข้าคงจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่ควรเกิดเพราะฉะนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ และกระทำการทารุณต่อสัตว์จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แต่ที่ต้องคิดถึง คือ การประณามคนที่บันดาลโทสะใช้ปืนยิงสุนัขจรจัดวิ่งเห่าไล่หรือกัดผู้คนหรือรถที่ผ่านไปผ่านมาในที่สาธารณะ และการจับกุมคนทำผิดไปดำเนินคดีจะทำให้ไม่เกิดเหตุร้ายอย่างนี้อีกหรือไม่
ผมเชื่อว่าไม่ เพราะคนถูกสุนัขจรจัดกัดเป็นเรื่องร้ายแรง เสียทั้งเวลาและเงินทองในการฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก การเป็นโรคพิษสุนัขบ้า หมายถึงตายอย่างน่าอนาถสถานเดียว โอกาสที่คนที่ถูกสุนัขกัดหรือไล่จนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจะใช้ความรุนแรงกับสุนัขจรจัดจึงน่าจะเกิดขึ้นได้อีกเสมอ ถ้าปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ
ในต่างประเทศนั้นจะไม่มีสุนัขจรจัดวิ่งเพ่นพ่านอยู่บนท้องถนน เพราะถือว่าเป็นภัยสาธารณะ บางประเทศอย่างเช่นจีน ถึงกับมีกฎหมายให้ขอใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขก่อน ถึงจะเลี้ยงได้ ส่วนในประเทศตะวันตก สุนัขจรจัดจะถูกจับไปขังไว้ จนกว่าเจ้าของมารับคืนหรือมีคนมารับเลี้ยงต่อ ถ้าพ้นระยะเวลาก็จะกำจัดทิ้ง ซึ่งสำหรับคนไทยคงเป็นเรื่องที่ทำใจให้ยอมรับยาก
เรื่องสุนัขจรจัดนี้เป็นปัญหาที่พูดกันมานานมากแล้ว สมัยหนึ่งมีการออกกฎหมายให้เจ้าของสุนัขต้องนำสุนัขไปฝังไมโครชิป เผื่อสุนัขหนีออกไปหรือเจ้าของเอาไปปล่อยไปกัดใครจะได้ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่เจ้าของ มีการใช้สวิงจับสุนัขจรจัดไปขังเพื่อทำลายเหมือนในต่างประเทศแต่ก็มีคนต่อต้านโดยเฉพาะการจับสุนัขจรจัดไปทำลาย เพราะเห็นว่าการทารุณสัตว์ผิดศีลข้อที่ 1
สมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม. ผมจำได้ว่าท่านได้พยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยการจับสุนัขจรจัดไปเลี้ยง ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่พอท่านพ้นตำแหน่งไปก็ไม่มีใครรับโครงการไปทำต่อ ผลคือระยะหลังๆ สุนัขจรจัดบนท้องถนนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าสังเกต ที่เห็นง่ายที่สุดคือ หน้าร้านสะดวกซื้อ เพราะสุนัขก็ชอบไปนอนตากแอร์เย็นๆ ส่วนใหญ่ก็นอนสงบเสงี่ยมเจียมตัว เป็นข่าวขึ้นมาก็เพราะเผอิญไปกัดนักการเมืองเข้า ยังดีที่ไม่ไปกัดเด็กเล็กเข้า ผมพูดได้อย่างนี้เพราะในหมู่บ้านที่ผมอยู่เดี๋ยวนี้เกือบทุกตรอกซอกซอยจะมีสุนัขจรจัดเพ่นพ่านอยู่ทั่วไป และนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น เพราะมีคนใจบุญเอาอาหารไปเลี้ยงข้างถนนหลายคน
ความจริงในอดีต กทม. ยุคผู้ว่าฯ จำลอง หรือสมัคร ก็มีแนวทางแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัด โดยไม่ต้องกำจัดหรือ Eliminate ไปเหมือนฝรั่ง เช่น การจับสุนัขจรจัดไปตอน จับไปเลี้ยงในสถานที่รับเลี้ยงของทางราชการ หรือเอกชนบางแห่ง โดยรัฐช่วยเหลือด้านงบประมาณค่าอาหารและคนดูแลทำความสะอาด การรณรงค์ไม่ให้มีการนำอาหารไปเลี้ยงสุนัขจรจัดข้างถนน ซึ่งจะทำให้สุนัขแพร่พันธุ์เร็วขึ้น และที่สำคัญคือการสร้างจิตสำนึกให้คนที่เลี้ยงสุนัขต้องมีความรับผิดชอบดูแลสุนัขไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านข้างถนน กลายเป็นสุนัขจรจัด เมื่อกัดใครก็ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าไม่ใช่สุนัขของตัว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการเสนอให้ฝังไมโครชิปสุนัข
กล่าวคือถ้าไม่พร้อมที่จะรับภาระเลี้ยงดูสุนัขก็ไม่ต้องเลี้ยง เพราะความเห่อ หรือชอบตอนที่ยังเป็นลูกสุนัขเล็กๆ น่ารัก พอโตขึ้นหมดความน่ารักก็เอาไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคมต่อไป
ทั้งหมดที่จะคุยกับท่านผู้อ่านก็มีเท่านี้แหละครับ ความจริงไม่อยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับสุนัขที่ถูกยิงตายเหมือนกัน กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนใจร้าย ความจริงที่เขียนเพราะกลัวว่าถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือ สุนัขจรจัด ก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก และอาจพลาดพลั้งถูกคนที่ผ่านไปผ่านมาได้รับบาดเจ็บหรือตายไป เพราะกระสุนปืนนั้นเลือกไม่ได้ว่าจะฆ่าคนหรือฆ่าสุนัข และอยากให้ทางการออกมาแก้ไขปัญหานี้ในเชิงรุกกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ก็น่าจะได้คำแนะนำที่ดี ขอฝากให้ท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ุ ลองกรุณารับไปพิจารณาดูครับ ว่า กทม.ยุคนี้จะทำอะไรได้บ้าง กรณีสุนัขจรจัดที่กำลังเป็นปัญหาของชาวบ้านขณะนี้







