posttoday
บทเรียนเอสซีบีปาร์ค

บทเรียนเอสซีบีปาร์ค

15 มีนาคม 2559

หน่วยงานภาครัฐต้องนำเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้น ณ อาคารเอสซีบี ปาร์ค สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค. 2559 มาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเพื่อหามาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีกในวันหน้า

หน่วยงานภาครัฐต้องนำเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้น ณ อาคารเอสซีบี ปาร์ค สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค. 2559 มาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญเพื่อหามาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ขึ้นอีกในวันหน้า

ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะมีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อ อุบัติเหตุ หรือจะมาจากความบกพร่องของใครก็ตามที แต่ได้สะท้อนว่าหากไม่มีการทบทวนมาตรการ ไม่เข้มงวดกวดขันการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ไม่ดำเนินการตามแนวทางที่กฎหมายกำหนดไว้ โอกาสจะเกิดโศกนาฏกรรมในทำนองนี้ขึ้นอีกย่อมเป็นไปได้สูง

โดยเฉพาะภายในอาคารขนาดใหญ่ และมีห้องติดตั้งระบบดับเพลิงด้วยสารเคมีในลักษณะเดียวกับอาคารเอสซีบี ปาร์ค ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในกรุงเทพฯ ต้องมีความพร้อมในการรับมือกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น

ฉะนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุทำนองนี้อีก ภาครัฐต้องหยิบยกเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างมาให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยที่ผ่านมาประกาศกฎกระทรวง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 เพื่อให้นายจ้างต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน แต่ในแง่การตรวจสอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดยังหย่อนยาน

ตัวอย่างกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ระบุไว้ว่า ให้มีชุดทํางานเฉพาะสำหรับลูกจ้างซึ่งทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย

นอกจากนี้ ให้นายจ้างต้องดูแลสถานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายและตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่จัดไว้ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา ห้ามนายจ้างยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าพักอาศัย หรือพักผ่อนในสถานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย หรือในยานพาหนะขนส่งสารเคมีอันตราย

ในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือมีปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ให้นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากพบว่ามีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในการทํางานหรือสุขภาพอนามัย ให้ดําเนินการแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยโดยไม่ชักช้า

ขณะเดียวกัน จัดให้มีเครื่องดับเพลิงชนิดเคลื่อนย้ายได้ที่มีคุณสมบัติสามารถดับเพลิงจากสารเคมีอันตรายตามความเหมาะสม และจัดให้มีหน้ากากป้องกันสารเคมีอันตรายหรือเครื่องช่วยหายใจตามความจําเป็นของชนิดสารเคมีอันตราย ฯลฯ

ผลการปฏิบัติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าผู้บริหารในแต่ละกิจการดูแลความปลอดภัยลูกจ้างในระดับไม่ดีพอ โดยในปี 2557 พบว่า มีลูกจ้างในข่ายกองทุนทดแทนประสบอันตรายจากการทำงานถึง 100,392 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 625 ราย และยังมีแนวโน้มประสบอันตรายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในฐานะผู้ถือกฎหมาย จึงต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อลดความเสี่ยงของลูกจ้างลงในระดับน่าพึงพอใจมากกว่าที่เป็นอยู่

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน