posttoday
ไทยจะโตด้วยครีเอทีฟอีโคโนมี

ไทยจะโตด้วยครีเอทีฟอีโคโนมี

15 มีนาคม 2559

เค้าว่ากันว่าคนเราเมื่อเริ่มสูงวัยก็มักจะชอบพูดถึงเรื่องราวเก่าๆ ซึ่งเรื่องราวเก่าๆ บางเรื่องไม่มีการพัฒนาของปัญหาเลย

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เค้าว่ากันว่าคนเราเมื่อเริ่มสูงวัยก็มักจะชอบพูดถึงเรื่องราวเก่าๆ ซึ่งเรื่องราวเก่าๆ บางเรื่องไม่มีการพัฒนาของปัญหาเลย จนยกระดับจากเรื่องเก่ากลายเป็นเรื่องซ้ำซาก

เมื่อดิฉันเป็นนักข่าวใหม่ๆ ดิฉันถูกคำสั่งหัวหน้าให้โยกย้ายไปทำงานหลายกระทรวง แต่กระทรวงที่อยู่นานที่สุดคือกระทรวงพาณิชย์ ขณะนั้นคุณพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา ท่านเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ยังตั้งอยู่ที่ปากคลองตลาดข้าง สน.พระราชวัง ช่วงนั้นปัญหาเศรษฐกิจที่กระทรวงพาณิชย์ต้องรับผิดชอบก็เหมือนปัจจุบันนี้ คือ เรื่องในประเทศ และเรื่องการค้าระหว่างประเทศ

เรื่องในประเทศก็ดูแลราคาสินค้าทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ส่วนเรื่องต่างประเทศที่ดูแลหนักๆ ก็คือ เรื่องการส่งออก การเจรจาการค้าที่ตอนนั้นมีการเจรจาการค้ารอบอุรุกวัย (แกตต์) แล้วก็พัฒนามาเป็นลำดับจนเป็นดับเบิ้ลยูทีโอในปัจจุบัน  และก็มีเรื่องของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าไทยเป็นประเทศที่ปล่อยปละละเลยไม่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มีเทปผีซีดีเถื่อนขายกันเกลื่อนไปทุกมุมถนน

ช่วงที่ทำข่าวอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์นั้น ก็มีเรื่องที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ขู่จะใช้กฎหมายการค้าสหรัฐมาตรา 301 มาจัดการกับไทย หลังจากที่จัดลำดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินของไทยให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และมีการละเมิดทรัพย์ทางปัญญาระดับสูง หรือ Priority Watch List (PWL)

อันว่าการจัดอันดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินของประเทศคู่ค้า ตามกฎหมายการค้าสหรัฐมาตรา 301 ของ USTR   จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มประเทศ คือ กลุ่มประเทศ PFC  หรือ Priority Foreign Country   คือกลุ่มประเทศที่ไม่ได้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเพียงพอ จนส่งผลกระทบรุนแรงต่อสินค้าและบริการสหรัฐ

ต่อมาคือกลุ่ม PWL หรือ  Priority Watch List คือกลุ่มประเทศที่ไม่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และมีการละเมิดทรัพย์ทางปัญญาระดับสูง ซึ่งไทยถูกจัดในกลุ่มนี้  และ กลุ่ม PL หรือ Priority List คือกลุ่มประเทศที่สหรัฐเห็นว่ายังไม่ใช้การคุ้มครองและการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างพอเพียง

ถ้าจำไม่ผิด ช่วงนั้นจะเป็นปี 2535 รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้ไทยหลุดจากกลุ่ม PWL มีการจัดตั้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้น ทางตำรวจก็พยายามกวาดล้างทำลายแหล่งผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จนไทยไม่ถูกจัดให้ไปอยู่ในกลุ่ม PL และมีสถานะที่ดีขึ้น แต่เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมาไทยก็กลับไปอยู่ในกลุ่ม PWL อีก ซึ่งในปี 2559 จะมีการประกาศอันดับสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญาภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ซึ่งก็จะต้องไปรอลุ้นอีกทีว่าอันดับจะดีขึ้นหรือไม่

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ถูกมองเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใช้จัดการกับประเทศคู่ค้า ในมุมมองของดิฉันเห็นว่าสถานการณ์การละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยดีขึ้นมาก ความพยายามประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐถึงโทษของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างค่านิยมไม่ละเมิดให้กับคนรุ่นใหม่ รวมทั้งการกวาดล้างโรงงานผลิตของละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ทำให้โรงงานผลิตของเลียนแบบและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ย้ายฐานไปตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ยังมีผู้ค้าข้ามไปซื้อของละเมิดมาวางขายอยู่บ้าง

แต่จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทางสหรัฐจะไม่ทำการค้ากับบริษัทที่ใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ การโหลดหนังโหลดเพลงมาฟัง ทำให้การละเมิดทางเทปผีซีดีเถื่อนลดลง แต่การผลิตสินค้าเลียนแบบและปลอมแปลงตราสินค้าก็ยังเกิดอย่างต่อเนื่อง แต่เปลี่ยนไปเป็นกลุ่มสิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง น้ำหอม ฯลฯ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งที่เป็นคนไทยและนักท่องเที่ยว

ดิฉันคิดว่าจากนี้ไปสถานการณ์การละเมิดลิขสิทธิ์คนไทยน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้สินค้าไทยหลายชนิดก็เริ่มจะโดนเพื่อนบ้านลอกเลียนแบบ ทีนี้ก็เริ่มจะเข้าใจหัวอกของคนที่โดนลอกเลียนแบบสินค้าบ้างว่ามีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ที่คิดแทบตาย แต่สุดท้ายมีใครก็ไม่รู้มาทำสินค้าเลียนแบบแค่หน้าตาคล้าย แต่คุณภาพด้อยกว่า แต่เอาตราสินค้าเราไปใส่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดอีกด้วย

ดิฉันเคยได้รับเชิญพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกฎหมายจากสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (Japan Patent Office : JPO) ดำเนินการผ่าน The Association for Overseas Technical Scholarship : AOTS  ให้ไปฝึกอบรม JPO/Intellectual Property Rights Training Course ที่ประเทศญี่ปุ่นนาน 20 วัน ซึ่งได้รับประโยชน์จากการไปอบรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการตื่นตัวเรื่องการจดสิทธิบัตร เมื่อคิดค้นอะไรได้คนญี่ปุ่นเขาจะไปจดสิทธิบัตรไว้ก่อน จะนำมาต่อยอดพัฒนาในเชิงพาณิชย์หรือไม่ก็แล้วแต่ประเภทสินค้า ถ้าเจ้าของไม่พัฒนาเองก็อาจขายลิขสิทธิ์ให้ผู้อื่นไปดำเนินการ

อาจารย์แต่ละท่านที่มาบรรยายให้ความรู้อย่างละเอียด ว่ากันตั้งแต่การสร้างอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

ในช่วงแรกของประเทศที่กำลังพัฒนา ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็โตมาจากการเลียนแบบสินค้า แต่เมื่อพัฒนาไปอีกขั้นนึงแล้วก็จะยกระดับไปจนมีเทคโนโลยีของตนเอง เป็นองค์ความรู้สะสมมา ซึ่งดิฉันทำข่าวเศรษฐกิจมานาน ก็เห็นว่าประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นแล้วในแนวทางเดียวกับญี่ปุ่น ถึงจะช้ากว่ากันหลายสิบปี แต่ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลส่งเสริมถูกทิศทาง การปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าคุณภาพสูง ราคาสูงกว่า ไม่ใช่ผลิตแต่สินค้าที่ใช้แรงงานต่ำอีกต่อไป และจะดียิ่งขึ้นไปอีกก็ควรจะให้ความสำคัญกับการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมาได้ โดยรัฐต้องช่วยเหลือแนะนำผู้ประกอบการที่อาจจะไม่มีความรู้ในเรื่องนี้

การถูกลอกเลียนแบบเป็นการยืนยันได้ว่าสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ควรภูมิใจ และคิดค้นพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ให้เป็นครีเอทีฟอีโคโนมีจริงๆ จะทำให้คนไทยอยู่ดีกินดียิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย