อลงกรณ์นัดคุย สนช. 14 มี.ค.เคลียร์ปมคำถามประชามติ
รองประธานสปท.นัดพบรองประธาน สนช. 14 มี.ค. เคลียร์ปมคำถามประชามติ ชี้ไทยจำเป็นต้องมีกลไกเปลี่ยนผ่าน
รองประธานสปท.นัดพบรองประธาน สนช. 14 มี.ค. เคลียร์ปมคำถามประชามติ ชี้ไทยจำเป็นต้องมีกลไกเปลี่ยนผ่าน
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในประเด็นการตั้งคำถามประชามติตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ว่า ได้นัดหมายกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ เพื่อหาแนวทางและวิธีการในการเสนอคำถาม หากผลเป็นอย่างไรก็นำเข้าหารือกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสปท.ต่อไป แต่ในเบื้องต้น ได้กำหนดให้สปท.ต้องส่งคำถามให้สนช.พิจารณาภายในวันที่ 5 เม.ย.
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายฝ่ายวิพากษ์ถึงข้อเสนอที่มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนั้นส่วนตัวคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องมี เพื่อไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่วังวนก่อนรัฐประหารอีก ส่วนที่ฝ่ายการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลไก ก็อยากให้เสนอความเห็นในเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เลย เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
"ต้องเข้าใจว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีกลไกหรือมาตราการในช่วงเปลี่ยนผ่านเพราะต้องยอมรับว่า 2 ปีที่ฝ่ายการเมืองยังไม่ยอมลดราวาศอก ท่าทีของฝ่ายตรงข้ามก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงต้องสำนึกว่าฝ่ายการเมืองมีส่วนที่เกิดวิกฤตขึ้น". นายอลงกรณ์ กล่าว
ส่วนข้อเสนอให้มีสว.สรรหาในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน รองประธานสปท. กล่าวว่า เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ใครมีข้อเสนอที่ดีกว่าก็ขอเสนอไปยังกรธ.ได้
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า หากนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ.ถูกกดดันมากอาจจะลาออกได้ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะเสนออะไรที่ดีกว่านี้ ควรเป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์มากกว่าการยุแยงตะแครงรั่วแบบการเมืองยุคเก่าๆที่ไม่สามารถเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนได้ เพราะการร่างรัฐธรรมนูญในภาวะวิกฤตไม่สามารถถูกใจใครได้ 100 เปอร์เซ็นต์







