ย้ายพิพิธภัณฑ์พระปฐมเจดีย์ จากวัดสู่เรือนจำ
วัดพระปฐมเจดีย์ และกระทรวงวัฒนธรรม เห็นชอบร่วมกันในการย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ไปตั้งที่ใหม่
โดย...ส.สต
วัดพระปฐมเจดีย์ และกระทรวงวัฒนธรรม เห็นชอบร่วมกันในการย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ไปตั้งที่ใหม่ ที่เคยเป็นเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม เพราะที่เดิมข้างองค์พระนั้นคับแคบ ขยับขยายไม่ได้ หลังจากเมื่อปีที่แล้วเคยมีข่าวว่าจะยุบไปรวมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ทำให้คนท้องถิ่นนครปฐมคัดค้านอย่างหนัก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 เปิดเป็นทางการเมื่อ 30 ต.ค. 2514 จัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ เนื่องในวัฒนธรรมทวารวดีเป็นส่วนมาก เช่น เสมาธรรมจักร และพระพุทธรูป เป็นต้น
ย้ายจากวัดไปเรือนจำ
จากการไปตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ และตรวจพื้นที่เรือนจำกลางจังหวัดนครปฐมเดิม เพื่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติใหม่ ของ วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะ เมื่อเช้าวันที่ 7 มี.ค. 2559 ที่ จ.นครปฐม ซึ่งมีพระพรหมเวที (สุเทพ) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ และเจ้าคณะภาค 15 ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.นครปฐม และข้าราชการในเขตพื้นที่ให้การต้อนรับ จึงได้ข้อสรุปว่าย้ายแน่นอน แต่จากวัดไปสู่เรือนจำ
ทั้งหมดนั้นสรุปได้จากการสนทนาระหว่างพระพรหมเวที และ วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในห้องรับรองของวัด ด้านหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ เรื่องการย้ายพิพิธภัณฑ์ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันในการย้ายไปที่ตั้งแห่งใหม่ ซึ่งไม่ไกลจากองค์พระ ที่เคยเป็นเรือนจำกลางนครปฐม ที่มีพื้นที่มากถึง 52 ไร่ อยู่ในการครอบครองของกรมธนารักษ์ แต่กรมศิลปากรจะขอใช้พื้นที่สร้างพิพิธภัณฑ์เพียง 6 ไร่ ที่เหลือเทศบาลจะขอสร้างเป็นสวนสาธารณะ เพื่อชุมชนคนนครปฐม
เหตุผลที่พระพรหมเวทีสนับสนุนการย้าย เพราะพิพิธภัณฑ์จะมีพื้นที่กว้าง ขยับขยายได้สะดวก พร้อมทั้งปฏิเสธที่เคยมีข่าวว่าทางวัดไล่ที่ วัดไม่ได้ไล่ แต่สนับสนุนการย้าย เพราะที่เดิมมีข้อจำกัดมาก ขยับขยายไม่ได้ เนื่องจากวัดเป็นโบราณสถาน ห้ามปลูกอาคารใหม่ หรือขยายเพิ่มเติม เพราะต้องการให้พระปฐมเจดีย์เท่านั้นโดดเด่น
จากนั้นพระพรหมเวทีก็เล่าว่า พระปฐมเจดีย์มีชื่อโด่งดังเมื่อ พ.ศ. 2393 หรือ 2394 ช่วงที่รัชกาลที่ 4 ครองราชย์ แม้ว่าตามประวัตินั้นพระปฐมเจดีย์จะถูกสร้างในสมัยพระยาพาน พระยากง ก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จธุดงค์ (เมื่อครั้งทรงพระผนวช) ทรงพบเห็นพระปฐมเจดีย์นี้ใหญ่ หาที่ไหนเทียบมิได้ จึงตั้งสัตยาธิษฐานว่า เอาเถอะถ้าเรามีบารมี เราจะมาสร้างให้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พ.ศ. 2394 ก็มาสร้างพระปฐมเจดีย์องค์นี้ ถึงปัจจุบันนับได้ 165 ปี เป็นพระเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ สวยที่สุด (เอาในโลกด้วยก็ได้)
พระปฐมเจดีย์จะเป็นมรดกโลก
รัฐมนตรีวีระถามพระพรหมเวทีว่า จะเป็นมรดกโลกได้ไหม พระพรหมเวทีตอบว่า เคยรณรงค์จะให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกมาหนหนึ่งแล้ว แต่คนท้องถิ่นไม่เอาด้วย เพราะไม่เข้าใจ เกรงว่าจะมีปัญหาในการทำมาหากิน แต่ตัวพระพรหมเวทีสนับสนุน รัฐมนตรีวีระจึงกล่าวว่า ถ้าหลวงพ่อเห็นด้วย กระทรวงวัฒนธรรมจะเดินหน้าให้ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งพระพรหมเวทีว่า ถ้าเป็นมรดกโลกจะเป็นเกียรติยศแก่ประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะดินแดนนี้เป็นดินแดนประวัติศาสตร์ ประวัติพระพุทธศาสนาเข้าสู่สุวรรณภูมิในช่วงแรกก็อยู่ตรงนี้ อาตมานั้นเห็นชัดเจนว่าพระโสณะ พระอุตตระ มาตรงนี้ จึงสร้างพระปฐมเจดีย์แบบเจดีย์สาญจี ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.300
นอกจากนั้น พระพรหมเวทียังขอให้ที่ประชุมบันทึกว่า ท่านขอให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ 3 รัชกาล คือรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ณ ที่ตั้งวังปฐมนคร คือที่ตั้งเทศบาลเดิม ที่อยู่ใกล้องค์พระ เพราะทั้ง 3 พระองค์ ทรงทำนุบำรุงพระปฐมเจดีย์มาแต่เดิม และทุกพระองค์ต่างทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์แห่งพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุ ณ พระปฐมเจดีย์ ดังเช่นรัชกาลที่ 6 ทรงพระนิพนธ์และทรงสร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย เพื่อทอดพระเนตรมาแล้ว
ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผวจ.นครปฐม กล่าวเสริมว่า ที่ดินที่ตั้งเทศบาลเดิม ยังเป็นคดีความฟ้องร้องกับ NGO ที่ศาลปกครอง เมื่อคดีความจบ อาจใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ทั้ง 3 รัชกาล เพื่อเทิดพระเกียรติ ต่อไป
ก่อนจบ พระพรหมเวที กล่าวว่า เมื่อพิพิธภัณฑ์ย้าย อาคารก็ว่าง จึงขอปรึกษารัฐมนตรีต่อไปว่าให้อาคารนี้เป็นสมบัติของวัด เพื่อใช้เป็นสำนักงานปริยัติธรรมแผนกบาลีของวัดต่อไป


