
การเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชกลเกมที่รู้กันอยู่
การสะดุดหยุดลงของกระบวนการในการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสังฆราชองค์ที่ 20
โดย...ส.คลองเตย
การสะดุดหยุดลงของกระบวนการในการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสังฆราชองค์ที่ 20 มีขั้นตอนการดำเนินการละม้ายเหมือนกลเกมที่เกิดขึ้นทางการเมืองในการโค่นล้มรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งตัวละครที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเพื่อให้เป็นเหตุแห่งการไม่เสนอชื่อ โดยมีองค์กรของรัฐและองค์กรอิสระประสานขานรับกันเหมือนละครที่ต้องเดินเรื่องตามบท กลายเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อว่าคณะสงฆ์มีความแตกแยก โดยไม่แยแสว่าผู้ปกครองสงฆ์สูงสุดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอชื่อไปแล้ว
ต่อจากเรื่องนั้นก็มีความพยายามให้มีการดำเนินคดีกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ในข้อหาครอบครองรถเบนซ์ มิไยที่ทางวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะชี้แจงที่มาที่ไปของรถคันดังกล่าวว่า รถนั้นมีผู้ซื้อมาถวาย เจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานก็ดำเนินการแล้วทุกขั้นตอน จึงมีทะเบียนที่กรมการขนส่งออกให้ และถ้าจะผิดน่าจะเป็นคนขายรถและเจ้าหน้าที่ที่จดทะเบียน ไม่ใช่คนซื้อ เหมือนคนสมคบเจ้าหน้าที่ที่ดินออกโฉนดทับที่สาธารณะ แล้วนำที่ดินแปลงนั้นมาขาย โอนกรรมสิทธิ์ใส่ชื่อผู้ซื้อเรียบร้อย กลายเป็นผู้ซื้อผิด แทนจะได้เงินคืนแถมเงินชดเชยจากคนขายและเจ้าหน้าที่จดทะเบียน
ส่วนมติของผู้ตรวจการแผ่นดิน ดูจะพิกลในการอธิบายกฎหมายที่เกี่ยวกับการเสนอชื่อสมเด็จที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์ว่าผิดขั้นตอน ทำให้คนทั่วไปและพระจำนวนมากมั่นใจว่ารัฐบาล คสช.มีเงื่อนงำ แม้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นองค์กรอิสระ แต่อดคิดถึงองค์กรอิสระบางแห่งที่ถูก คสช.ล้มล้างมาแล้วไม่ได้ โดยไม่ต้องไปขุดคุ้ยว่าเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินมีญาติทำงานในตำแหน่งที่สูงอยู่กับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ส่วนประเด็นที่นายกรัฐมนตรีจะเพิกเฉยในการดำเนินการทูลเกล้าฯ ชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) โดยอ้างว่ายังไม่เห็นเรื่องก็คงอ้างได้ เพราะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังไม่แจ้งมติ มส.ในเรื่องนี้ให้ทราบ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะรู้แล้วดังคำสัมภาษณ์ว่า จะยังไม่ดำเนินการต่อเพราะคณะสงฆ์มีความแตกแยก
เฉกเช่นขั้นตอนในการดำเนินการที่ผ่านมาทั้งหมด พระเถระผู้ใหญ่ที่ถูกมอบหมายให้ประสานหารือกับมือกฎหมายแห่งรัฐบาล คสช. คือ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ มส.ที่เป็นพระมหาเถระระดับรองสมเด็จฝ่ายธรรมยุติกนิกายที่นำเรียนต่อที่ประชุม มส.ในวันที่มีการเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม มส. ดังนั้นคนที่ต้องแอ่นอกอธิบายมติของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินต่อนายกรัฐมนตรี จึงควรเป็นท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ มากกว่าทุกคน เพราะถ้าจะไม่ทำตามกฎหมายก็ควรใช้เหตุอื่นเถิด จะสง่างามกว่ามาก
ถึงวันนี้แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะอัญเชิญฤษีแห่งเทือกเขาหิมาลัย หรือแม่น้ำทั้ง 5 มาอธิบายก็คงยากต่อความรู้สึกของพระสงฆ์ส่วนใหญ่และลูกศิษย์จำนวนมากที่จะเชื่อ และบาางส่วนก็เห็นว่าป่วยการที่จะเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการใดๆ ต่อไป เพราะเหตุผลที่แท้จริงต้องมาจากคนที่ไม่พูดเท็จอยู่เป็นนิตย์ แบบที่มีการขนานนามว่า...กลุ่มคนที่ชอบลับลวงพราง
ส่วนผลแห่งเกมล่าช้าจะทำให้พระสงฆ์ส่วนใหญ่เลิกเชื่อถือคนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วหันไปเป็นมหามิตรกับผู้ที่ คสช.ล้มล้าง ยึดอำนาจมาก็คงไม่มีผลอะไร...เพราะนายกรัฐมนตรีท่านนี้ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่แล้ว...







