
ห้วยขาแข้งเป็นไข้
ผมเพิ่งโผล่ไปเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไปถึงก็เต็มไปด้วยความหดหู่ใจ
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
ผมเพิ่งโผล่ไปเที่ยวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไปถึงก็เต็มไปด้วยความหดหู่ใจ เมื่อพบว่าป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณอันสมบูรณ์ที่นั่น กำลังเผชิญการคุกคามจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้นทุกวัน และยังไม่มีทีท่าจะดับลงได้
เห็นเจ้าหน้าที่ชุด “เสือไฟ” ในเสื้อแดง ซึ่งก็คือทีมดับไฟป่า วิ่งวุ่นกันในนั้น พร้อมกับรถบรรทุกน้ำที่แล่นเข้าออก ทุกแห่งเต็มไปด้วยหมอกควันไฟ แสบลูกตา อึดอัดปอด
ระหว่างขับรถเข้าไป ผมเจอเหตุการณ์สดๆ ต้นไม้ใหญ่โค่นทับปิดถนนถึง 2 ครั้ง เป็นต้นไม้ที่เนื้อไม้ยังเหนียวสด แต่มาจบอายุขัยลง เพราะโดนย่างสดทั้งเป็น เจ้าหน้าที่ต้องเฮโลใช้เลื่อยและมีดอีเหน็บ ตะลุยเคลียร์ต้นไม้พวกนี้พ้นทางรถกันทุกวัน วันละหลายหน
ไฟป่าพวกนี้ ถือเป็นเวรซ้ำกรรมซัดของมรดกโลกห้วยขาแข้ง เนื่องจากพื้นที่เวลานี้ ก็เผชิญความแห้งแล้งจากเอลนินโญ่เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เป็นภัยแล้งครั้งใหญ่ที่สุดของที่นั่นในรอบ 12 ปี ถึงขนาดห้วยทับเสลาที่ไหลชุ่มเย็นตลอดทั้งปี กลายเป็นฝุ่นแห้งผาก
หัวหน้าห้วยขาแข้ง สมโภชน์ มณีรัตน์ ที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียด บอกว่าสาเหตุของไฟป่าปีนี้ เกิดจากฝีมือมนุษย์อย่างน้อย 1 คน จงใจเข้ามาจุดไฟทำลายป่า ด้วยวิธีวิ่งจุดไฟไปเรื่อยๆ โดยแรงจูงใจในการทำความเลวของนายคนนี้เป็นไปได้ 2 อย่าง คือ แค้นกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฯ ห้วยขาแข้ง หรือไม่ก็เจตนาให้เจ้าหน้าที่ต้องมารวมตัวกันดับไฟป่า เพื่อตัวเองจะได้ทำอะไรสักอย่างได้สะดวก
เนื่องจากไฟป่าลุกลามกินวงกว้างไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ถูกระดมมาช่วยกันทั้งหมด แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่เว้น เครื่องมือหลักก็คือ ไม้ตะปบไฟ เพราะน้ำในพื้นที่แห้งแทบไม่เหลือให้ใช้เพื่ออุปโภค และให้สัตว์ป่ากินอยู่แล้ว จะไปนอนเฝ้าไฟกลางป่าก็ไม่ได้ ไม่มีแหล่งน้ำ
ผมแจ้งข่าวนี้ เพราะอยากให้มีการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ อย่างฝนหลวง (ที่เพิ่งโชว์ศักยภาพว่านอกจากทำฝนเทียมแล้ว ยังบินดับไฟป่าได้ด้วย) ตลอดจนภาคเอกชนที่อาจยื่นมือมาช่วยในทางใดทางหนึ่ง
มรดกโลกห้วยขาแข้งกำลังเป็นไข้ตัวร้อนจัด ต้องการการรักษาด่วนจริงๆ







