posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (38)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (38)

13 มีนาคม 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชปรารภว่า “...มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเรียนต่อได้

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชปรารภว่า “...มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเรียนต่อได้ เนื่องจากสติปัญญาไม่ดี หรือที่มีมากที่สุด คือไม่มีสัญชาติ เรียนต่อไม่ได้ ก็ขอให้อาจารย์จากกรมอาชีวศึกษาฝึกอาชีพ (เริ่ม พ.ศ. 2531) ต่างๆ แก่ศิษย์เก่า ชาวบ้านที่สนใจ คณาอาจารย์ได้ช่วยสอนให้เด็กนักเรียนด้วย วิชาที่สอนศิษย์เก่าและชาวบ้านมุ่งเน้นให้เป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพสำหรับเด็กนักเรียนให้เป็นพื้นฐานในการทำงานต่อไป...”

ทรงมีพระราชดำรัสว่า “...งานที่ฝึกมีหลายอย่าง เช่น การต่อไฟฟ้า การแก้เครื่องยนต์ การทำอิฐบล็อก การเกษตร การตัดเย็บเสื้อผ้า ตัดผม การทำอาหาร การประดิษฐ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การฝึกอาชีพระยะสั้นที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นเรื่องของการประดิษฐ์ หรือสิ่งที่จะต้องขาย เรื่องของการหาตลาดทำได้ยาก ผู้บัญชาการ ตชด.ท่านหนึ่ง จึงมีแนวคิดเรื่องการตั้งศูนย์ฝึกอาชีพแต่ละภาค นักเรียนที่คัดเลือกมาต้องอยู่ที่ศูนย์เกือบปี หลักสูตรการศึกษาวิชาชีพค่อนข้างจะเข้มข้น เนื่องจากพวกนี้เป็นนักเรียนประจำจึงมีโอกาสเรียนหนังสือตามหลักสูตรของกรมการศึกษานอกโรงเรียน จะได้มากได้น้อยตามแต่สติปัญญาของแต่ละคน...”

พระองค์ยังทรงมีพระราชดำริว่า การฝึกปลูกพืชสำหรับนักเรียนจะเป็นวิชาติดตัวเพื่อการครองชีพในอนาคต ทรงถือว่าโรงเรียนเป็นศูนย์กลางงานเกษตร การปลูกพืชควรมีการทดลองให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ รวมทั้งการนำเอาพืชใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ มาทดลองใช้ด้วย เช่น การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน และการเพาะเห็ด โดยรับสั่งว่า

“...อยากให้เป็นพืชผักหรืออุปกรณ์แล้วให้นักเรียนทำการเกษตร ซึ่งเป็นวิธีอ้อมและยากขึ้นมาอีกทางหนึ่ง อาหารที่จะให้รับประทานนั้นเป็นอาหารที่ได้มาจากผลิตของนักเรียนผู้รับประทานเอง ซึ่งอาจจะได้ผลช้า แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะได้รับอาหาร และคิดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญคือ เป็นความรู้ด้านการเกษตรและด้านโภชนาการ ซึ่งจะเป็นวิชาติดตัวไปจนนักเรียนเหล่านั้นเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ และได้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรกรรม วิชาการใหม่ๆ เหล่านั้นอาจจะนำมาช่วยในการครองชีพได้มากทีเดียว...”

ส่วนในเรื่องการเกษตรทรงรับสั่งว่า “...เรื่องงานเกษตร เราจะพูดว่าเรายกโรงเรียนเป็นศูนย์กลางงานเกษตร ที่มาประสานก็มีบทบาทตรงนี้ที่ว่า สอดคล้องต่อวิชาชีพของราษฎรเป็นจำนวนมากของเมืองไทย ...ข้าพเจ้าชอบวิชาเกษตรว่ามีประโยชน์กับนักเรียนมากในหลายๆ ระดับ เพราะว่าแม้แต่เด็กในวัยเด็กเล็กหรือเด็กวัยประถมศึกษาถึงจะอยู่โรงเรียนในเมือง ซึ่งเด็กไม่ได้อยู่ในครอบครัวเกษตรกรก็ทำได้ งานเกษตรนี้เห็นชัดๆ เลยว่าช่วยให้เด็กได้ออกกำลังกาย ขุดดิน พรวนดิน ได้เคลื่อนไหวแล้วก็อยู่กับธรรมชาติ ได้ดูการเจริญเติบโตของพืช ส่วนมากเด็กก็จะตื่นเต้นมาก ถ้าปลูกอะไรในกระถางแล้วดูการเจริญเติบโต ได้รู้จักกับสิ่งที่สร้างสรรค์อยู่กับธรรมชาติ แม้แต่งานอย่างนี้ก็โยงกับวิชาต่างๆ หลายอย่าง เช่น สปช.ก็ได้ว่าได้รู้จักสิ่งแวดล้อมหรือวิทยาศาสตร์ ในแง่วิทยาศาสตร์ก็ได้ จะได้เรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แล้วก็ซึมซาบไปโดยธรรมชาติเป็นตัวอย่างได้ แล้วอาจจะเกี่ยวกับศิลปะก็ได้โดยการที่ว่า ให้เด็กวาดรูปต้นไม้เหล่านั้นหรือเกี่ยวกับการร้องเพลง แต่งเพลงให้สอดคล้องหรือเกี่ยวกับภาษาไทย เกี่ยวกับอะไรก็โยงได้ทั้งนั้น...”

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (38)

 

ทรงมีรับสั่งว่า “โรงเรียน ตชด.มักจะปลูกถั่วไม่ได้เพราะพื้นที่น้อย สภาพไม่ค่อยเหมาะสม ครูต้องจัดซื้อมาให้นักเรียน ผักและผลไม้มักมีเพียงพอ คือจะมีผักและไม้ผลหลายชนิด ในระยะนี้เมล็ดพันธุ์ผักมีคุณภาพดีขึ้น ถ้าอากาศและดินเหมาะสมมักขึ้นได้ดี โรงเรียนบางแห่งนำผักพื้นเมืองมาปลูกด้วย บางโรงเรียนที่มีผลผลิตเหลือก็ให้ถนอมอาหาร เช่น ดองเก็บไว้ เป็นต้น ชาวบ้านช่วยนำต้นพืชที่ตนเองปลูกไว้มาให้นักเรียน หรือว่าทางโรงเรียนให้เมล็ดพันธุ์ไปปลูก การปลูกผักทดลองหลายๆ วิธี เช่น เมื่อมีปัญหาพื้นที่ไม่พอ หรือน้ำท่วม ก็ปลูกในภาชนะตั้งหรือแขวน มีปัญหาศัตรูพืช ก็ใช้วิธีดักแมลงด้วยถุงสีเหลือง ทากาวเหนียว และการปลูกผักกางมุ้ง ดินไม่ดีก็ใช้การก่ออิฐ ซีเมนต์กั้นเป็นแปลงและเอาดินดีมาใส่ มีการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) หรือผักไร้ดิน มีการใช้ศัตรูตามธรรมชาติของศัตรูพืชที่เรียกว่า ตัวห้ำ ตัวเบียน เป็นแมลงหรือเชื้อราบางชนิด มีการใช้สาร พด.ของกรมพัฒนาที่ดิน ทำปุ๋ยชีวภาพ ยาไล่แมลง และยาดับกลิ่น เป็นต้น...”

และ “...มีการนำพืชใหม่ๆ มาทดลองปลูก เช่น ไม้ผลเมืองหนาว การใช้พืชพื้นเมือง เป็นต้นตอและนำพันธุ์ดีมาต่อ เป็นต้น ในเขตที่ปลูกยางได้ก็สอนเรื่องยาง ตั้งแต่การปลูกจนการทำยางแผ่น ไม้ประดับที่จะเป็นรายได้ ได้แก่ การขยายพันธุ์และผสมพันธุ์บอนสี ซึ่งทดลองสอนในโรงเรียนทางภาคใต้ โรงเรียนที่มีพื้นที่มาก บางทีปลูกข้าว เกี่ยวข้าว สีข้าว จนถึงหุงข้าว พื้นที่ตั้งของโรงเรียน ตชด.หลายแห่งอยู่ในที่ห่างไกลและทุรกันดาร มีข้าวไม่พอบริโภค ต้องให้ศิษย์เก่าแสดงการทำนา ทดลองวิธีใหม่ๆ ต่างๆ เช่่น ปลูกข้าวนาปรัง ปลูกข้าวสลับกับเพื่อเพิ่มผลผลิต ระหว่างที่ยังเพิ่มผลผลิตไม่ได้ก็ใช้วิธีหุงข้าวผสมกล้วย แต่อย่างหลังนี้ยังไม่เป็นที่นิยม ต้องหาสูตรใหม่...”

“...บางโรงเรียนปลูกผักพื้นเมืองด้วย สืบเนื่องมาจากระยะเริ่มต้น เงินทุนที่ทำโครงการมีไม่พอได้นำของพื้นเมืองต่างๆ ผักที่ไม่อยู่ในรายการของกรมส่งเสริมการเกษตรมาวิเคราะห์ในห้องทดลองว่ามีคุณค่าทางอาหารอย่างไร เป็นส่วนที่เป็นอาหารทดแทนอาหารที่เป็นทางการ บางโรงเรียนเมื่อผลิตเหลือก็ให้วิธีถนอมอาหาร เช่น ดองเก็บไว้ บางที่ชาวบ้านนำผลิตผลที่ตัวเองผลิตมาให้นักเรียน หรือทางโรงเรียนให้เมล็ดพันธุ์ไปปลูกหรือให้สัตว์ ให้ไก่ หมู ที่ไหนดินไม่ดีเราใช้วิธีก่ออิฐ หรือใช้ก้อนหินธรรมชาติก่อเป็นแปลง แล้วนำดินดีมาใส่ ดินจะไม่หลุดไป ไม่ถูกน้ำชะไป และมีการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) หรือผักไร้ดิน มีการปลูกพืชปรับปรุงดิน...”

“...การเพาะเห็ด มีการสอนเทคนิคต่างๆ ตั้งแต่การบรรจุวัสดุปลูกลงในถุงพลาสติก การนึ่งถุงการเขี่ยเชื้อเห็ด และการดูแลรักษา ส่วนใหญ่เพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรม แต่มีบางแห่งเพาะเห็ดหอมและเห็ดฟาง ผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ นอกจากจะใช้เข้าโรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงนักเรียนโดยปกติแล้ว ยังขายให้ชาวบ้านผ่านทางสหกรณ์ กรณีที่เกิดภัยธรรมชาติเดินทางออกไปไหนไม่ได้อาหารที่ผลิตในโรงเรียนก็พอให้ครู นักเรียน ประทังชีวิตกันได้...”

นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้การอาชีวศึกษาของจังหวัดต่างๆ มาช่วยเปิดสอนวิชาชีพให้แก่ครูและเด็กนักเรียนที่ไม่สามารถไปศึกษาต่อได้ เช่น การซ่อมเครื่องยนต์ การเดินสายไฟ ตัดผมตลอดจนงานเกษตร การทำอาหาร และงานประดิษฐ์ต่างๆ โดยให้พยายามใช้วัสดุในท้องถิ่นเพื่อที่จะทำขายได้ โรงเรียนใดที่ครูมีนิสัยชอบงานช่างรักศิลปะ ก็จะช่วยปลูกฝังให้นักเรียนคิดสร้างสรรค์และฝึกทักษะการทำงานได้โดยพระองค์จะทรงรับงานฝีมือของนักเรียนและบรรดาแม่บ้านในพื้นที่ต่างๆ มาวางจัดจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าด้วย

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด