
เปิดทางสปท.เคาะคำถามประชามติ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติพลิกแก้ รธน.ชั่วคราว เปิดช่องสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตั้งคำถามประชามติ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติพลิกแก้ รธน.ชั่วคราว เปิดช่องสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตั้งคำถามประชามติ
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 192 เสียงเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 หลังจากใช้เวลาอภิปรายทั้งหมด 6 ชั่วโมง โดยมีการแก้ไขในประเด็นสำคัญ คือ การให้ สนช.ต้องรับฟังความคิดเห็นจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศระหว่างการกำหนดประเด็นคำถามประชามติเพิ่มเติมด้วย จากเดิมที่ไม่ได้มีการกำหนดเอาไว้
ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขอแก้ไขกลางที่ประชุมในประเด็นดังกล่าว โดยมีบทบัญญัติว่า “การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ โดยต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สนช.จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้”
“แต่ทั้งนี้ต้องเสนอภายใน 10 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้ สนช.รับฟังความคิดเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ประกอบการพิจารณาด้วย”
นอกจากนี้ คสช.และ ครม.ยังได้แก้ไขถ้อยคำเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การทำประชามติเพื่อให้เกิดความชัดเจน แม้ว่าจะยืนยันในหลักการที่ให้ตัดสินด้วยเสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติก็ตาม โดยแก้ไขเป็น “ถ้าผลการออกเสียงประชามติมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 30 วัน”
นายตวง อันทะไชย สนช. อภิปรายว่า สนับสนุนให้มีกลไกมาขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่าน อาจนำประเด็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปตั้งเป็นคำถามการทำประชามติของ สนช. เช่น นำเรื่องแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาตั้งเป็นคำถาม
นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. กล่าวว่า หากกลับไปสู่ประชาธิปไตยสากลโดยเร็ว โดยที่ยังแก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ คงไปสู่ประชาธิปไตยใสสะอาดไม่ได้ จึงควรมีบทเฉพาะกาลมาขับเคลื่อนไปสู่ประชาธิปไตยช่วงเปลี่ยนผ่าน







