
ชาวบ้านขับไล่สังฆการีพ้นวัดหารายได้เข้าตัวเอง
นครศรีธรรมราช-ชาวบ้านสุดทนรวมตัวบุกวัดดังขับไล่สังฆการีหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง ร่วมจัดตั้งกรรมการดูแลทรัพย์สินวัด
นครศรีธรรมราช-ชาวบ้านสุดทนรวมตัวบุกวัดดังขับไล่สังฆการีหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง ร่วมจัดตั้งกรรมการดูแลทรัพย์สินวัด
เมื่อวันที่10มี.ค.ชาวบ้านในตำบลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช บุกเข้าไปที่วัดโบสถ์ แสดงความไม่พอใจ เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับสงฆ์ในงานหลวงหรือ สังฆการีของวัด ที่มีพฤติกรรมนำเอาทรัพย์สินของวัด ไปหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้นำเข้าสู่วัด และเป็นผู้ที่มีอำนาจในการดูและบริหารจัดการวัดมากกว่าเจ้าอาวาสซึ่งขณะที่ชาวบ้านเข้าไปขับไล่นั้นสังฆการีรายนี้ซึ่งอาศัยอยู่ในวัดใกล้ชิดกับพระสมุห์พริ้ง ปุญญผโล เจ้าอาวาสได้รีบขับรถจักรยานยนต์ออกจากวัดไปทันที
ขณะที่ตำรวจสายตรวจท้องที่ได้ช่วยนำรถยนต์มาบรรทุกทรัพย์สินที่ถูกระบุว่าเป็นของส่วนตัวของสังฆการีออกไปจากวัด เพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลาย
นายพีระพล ศรีแสน แกนนำชาวบ้านระบุว่า ชาวบ้านติดตามพฤติกรรมการทำหน้าที่ของสังฆการีรายนี้มานานแล้ว เวลาทำหน้าที่สัปเหร่อวัดก็ทำแบบลวกๆ เผาศพอย่างอุจาดเหลือชิ้นส่วนร่างกายทิ้งไว้อย่างน่าเกลียดสร้างความเสียใจให้กับญาติผู้ตาย รวมทั้งทรัพย์สินของวัดเช่นเครื่องสังฆทานชนิดต่างๆ ถูกรวบรวมออกไปขายโดยที่ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน แม้กระทั่งผลมะพร้าวภายในวัดถูกขายจนหมดได้เงินเกือบ 1 หมื่นบาท แต่นำมาให้วัดเพียง 3 พันบาท
ขณะที่เจ้าอาวาสเองได้มอบทุกสิ่งทุกอย่างภายในวัดให้กับสังฆการีรายนี้ดำเนินการทุกเรื่องอย่างไม่เหมาะสมถึงขนาดเข้ามาอยู่กินหลับนอนภายในวัด ที่มีพระคือเจ้าอาวาสรูปนี้จำวัดอยู่เพียงรูปเดียว
ส่วนพระสมุห์พริ้ง ปุญญผโล เจ้าอาวาส ระบุเพียงว่า พยายามชี้แจงชาวบ้านแล้วแต่ชาวบ้านไม่ยอมเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องเงินที่เขานำมาให้วัด ซึ่งหากเป็นความต้องการของชาวบ้านไม่ให้สังฆการีมาทำหน้าที่ในวัดต่อไป ก็ให้เป็นเรื่องของชาวบ้านที่จะเข้ามาดำเนินการกันเอง แต่จะมาห้ามไม่ให้เขาเข้ามาในวัดอีกนั้นคงเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตามชาวบ้านยังคงแสดงความไม่พอใจ และเตรียมที่จะเรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเพื่อเตรียมจัดตั้งกรรมการวัดขึ้นมาดูแล เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีกรรมการวัด เจ้าอาวาสได้มอบให้สังฆการี สีการายนี้ดูแลผลประโยชน์ของวัดทั้งหมดจนชาวบ้านไม่สามารถทนต่อพฤติกรรมได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยติดตามสถานการณ์เพื่อป้องกันเหตุบานปลาย.







