
ผบ.ตร.ยันปราบมาเฟียทุกกลุ่มปัดมุ่งเครือข่ายการเมือง
ผบ.ตร. แจง ปราบอิทธิพลไม่มุ่งเน้นการเมือง ลั่นดำเนินการทุกกลุ่ม พร้อมให้โอกาสคนเคยทำผิด รับ เจอฐานความผิดยาเสพติดมากสุด พร้อมพบความผิดอาวุธสงครามโยงกลุ่มการเมือง ขีดเส้นศุกร์นี้ ตร.ทำผิดต้องส่งรายงาน
ผบ.ตร. แจง ปราบอิทธิพลไม่มุ่งเน้นการเมือง ลั่นดำเนินการทุกกลุ่ม พร้อมให้โอกาสคนเคยทำผิด รับ เจอฐานความผิดยาเสพติดมากสุด พร้อมพบความผิดอาวุธสงครามโยงกลุ่มการเมือง ขีดเส้นศุกร์นี้ ตร.ทำผิดต้องส่งรายงาน
วันที่ 10 มี.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งข้อสังเกตว่าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลเป็นเรื่องการเมืองและเป็นการดำเนินการเพื่อให้การทำประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยว่า การปราบปรามผู้มีอิทธิพลเป็นไปตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่าไปคิดว่าเป็นการปราบผู้มีอิทธิพลในส่วนของฝ่ายการเมือง แต่เราทำในภาพรวมของประเทศ ไม่ได้เฉพาะเจาะจง และรายชื่อผู้มีอิทธิพล ก็มีจากทั้งข้อมูลเก่าและใหม่มีการสำรวจเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนได้สั่งไว้ว่าให้รายงานกลับมาภายใน 7 วัน โดยจะครบกำหนดภายในวันที่11 มีนาคมนี้ และหลังจากนั้นหากพบว่าใครที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเลิกไปแล้ว ก็จะมีการหารืออีกครั้งหนึ่ง ส่วนคนที่ยังมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่ก็จะดำเนินการตามวิธีการขององค์กรตำรวจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการการสำรวจพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบของการมีส่วนรวมหรือสนับสนุนอย่างไรผบ.ตร.กล่าวว่า มีทั้ง 2แบบ ซึ่งเข้าข่าย 16 ฐานความผิด ส่วนฐานความผิดที่พบมากที่สุดนั้น เป็นฐานความผิดของยาเสพติด
เมื่อถามว่า สำรวจพบเรื่องของอาวุธสงครามที่เป็นเครือข่ายนักการเมืองพบเยอะหรือไม่พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวยอมรับว่ามีพอสมควรและคิดว่าความหนักใจจะไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ แต่อยู่ที่ตัวบุคคลมีรายชื่อ ถ้าเขาสามารถลด ละ เลิกและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งดี ส่วนตนเองไม่หนักใจอยู่แล้วเพราะมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย สำหรับกรณีของคนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในอดีตจะเขามารายงานตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้น เราต้องให้โอกาสเขา บางทีข้อมูลอาจจะผิดพลาดบ้าง ส่วนเรื่องการทำงานปราบปรามผู้มีอิทธิพลระยะยาวหลังจากพ้นกรอบระยะ 6 เดือนไปแล้ว เราก็จะเดินหน้าดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบกรณีคลิปรับส่วยทางหลวงหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่าได้รับฟังจากข่าวและเห็นว่าผู้การทางหลวงได้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆที่เกี่ยวกับเรื่องของการรับผลประโยชน์ เราจะตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม เรื่องปัญหาส่วยนั้นมีมานานแล้ว และได้พยายามแก้ไขมาตลอดทั้งการควบคุมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่
"ผมเชื่อว่าต่อไปนี้การทุจริตคอรัปชั่นหรือส่วยพวกนี้จะลดน้อยลงเพราะทุกวันนี้ทุกคนมีกล้องจากโทรศัพท์ ก็ขอให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ถ้าเจ้าที่ผมคนไหนไปเรียกรับผลประโยชน์ หรือรับส่วย กล้องที่มีอยู่อย่างที่ทำกันทุกวันนี้ก็ถูกต้องแล้ว ก็ขอให้ช่วยกันป้องกันด้วย" ผบ.ตร. กล่าว







