posttoday
"บิ๊กต๊อก"ขู่ข้าราชการเมินปราบยาเสพติดเจอย้ายพ้นพื้นที่

"บิ๊กต๊อก"ขู่ข้าราชการเมินปราบยาเสพติดเจอย้ายพ้นพื้นที่

09 มีนาคม 2559

รมว.ยุติธรรมเล็งฟันขรก.ละเลยปราบปรามและมียาเสพติดในพื้นที่หากไม่แก้ไขใน30 วันเสนอหัวหน้าคสช.สั่งย้ายทันที

รมว.ยุติธรรมเล็งฟันขรก.ละเลยปราบปรามและมียาเสพติดในพื้นที่หากไม่แก้ไขใน30 วันเสนอหัวหน้าคสช.สั่งย้ายทันที

เมื่อวันที่  9 มี.ค.เวลา 14.00 น.ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.) เป็นประธานการประชุม ศอ.ปส. ครั้งที่ 1/2559 ซึ่งมีประเด็นการพิจารณาประกอบด้วยการพิจารณาแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559-2560 และมาตรการดำเนินการต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม เช่น นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัด ยธ. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทหารและตำรวจ กว่า 100 คน โดยมีนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้ให้การต้อนรับ

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น เป็นมาตรการหนึ่งในแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559 - 2560 โดยแผนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา ได้ดำเนินมาตรการในการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่แล้ว แต่ตามแผนฯ กลไก "ประชารัฐ" ได้เพิ่มมาตรการการเอาผิดและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย โดยกรณีที่มีการพบเห็นสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จากข้อร้องเรียนทั่วไป ทั้งนี้ จากข้อมูลการข่าวและการสืบสวน และจากข้อมูลของประชาชนในพื้นที่ ผอ.ศอ.ปส. จะมีคำสั่งให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการสืบสวนจับกุมและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ให้มีการค้าหรือจำหน่ายยาเสพติด

"หากพบว่าสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ยังคงมีอยู่และยังไม่ได้มีการดำเนินการตามคำสั่งภายในระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวปล่อยปละละเลย หรือเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ ผอ.ศอ.ปส. เสนอ่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาสั่งการให้ย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทน หรือให้ดำเนินการทางวินัยตามที่เห็นสมควร เพื่อเป็นการลดอุปสรรคของการแก้ไขปัญหายาเสพติด"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ปัญหายาเสพติดยังไม่หมดไปจากความรู้สึกของประชาชน จึงวิเคราะห์และได้ดูแลงานของ ป.ป.ส. รวมถึงทำงานร่วมกับกองทัพ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งผลการประเมินของหน่วยองค์กรยาเสพติดโลกกับสิ่งที่เราดูเลขสถิติรายใหม่ สถิติการจับกุมยาเสพติด ทุกอย่างดีขึ้น แต่ทำไมความรู้สึกชาวบ้านจึงยังรู้สึกว่าเป็นภัยตลอดเวลา ซึ่งยาเสพติดที่เข้ามาในประเทศไทยจากสถิติเก่าพบปัจจุบันมีจำนวนลดลงมาก แต่ไม่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกของประชาชนที่ว่ายาเสพติดในหมู่บ้านหรือชุมชนลดลง ทั้งนี้ ในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อสรุปแผนปฏิบัติงานทั้งหมด ก่อนเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานั่งเป็นประธาน เพื่อสรุปลงรายละเอียดการดำเนินการต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเพิ่มมาตรการในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ทำไม่ชาวบ้านถึงรู้ว่าใครเสพหรือค้ายาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ทำไมจึงไม่ทราบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะเป็นอย่างนั้น เราพูดถึงภาพรวม ดังนั้น เราจึงต้องมีมาตรการจัดการกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้มาตรการเดียวกับการแก้ไขปัญหาสถานบริการเปิดเกินเวลา จึงต้องมีมาตรการลงโทษ แต่ก็ไม่ได้ลงโทษเพียงอย่างเดียว หากเจ้าหน้าที่คนไหนปฏิบัติหน้าที่ดีก็จะมีการพิจารณเลื่อนขั้นไป ไม่ใช่เน้นการลงโทษอย่างเดียว ไม่ใช่อยากย้ายใครก็ย้าย ซึ่งเป็นการประเมินเจ้าหน้าที่ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะนำไปสู่การใช้มาตร 44 หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ เหมือนเรื่องต่างๆที่ผ่านมา แต่จะเป็นประเด็นสุดท้าย หากจำเป็นจึงจะใช้

ถามถึงมาตรการหากพบบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้มารายงานตัวปรับทัศนคติ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ในชุมชน หมู่บ้าน มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านดูแล ก็ให้เข้ามารับการบำบัดได้ ทั้งจาก สธ. หรือยธ.  เพราะเราไม่ได้ทำเรื่องปราบปรามอย่างเดียว ยังมีทั้งเรื่องการบำบัดการรักษา ซึ่งจะทำควบคู่กันไป และจะดูว่าจุดไหนขาดตกบกพร่องไป ทั้งนี้ แผนดังกล่าว เราคิดว่าถ้าเราทำจริง ซึ่งมีพื้นที่ตัวอย่างอยู่ 700-800 ชุมชน ที่มท.ได้ชี้แจง เราคิดว่า 2 เดือนก็น่าจะเสร็จ เราจะใช้ระบบนี้ไปกับพื้นที่ที่เราเพ่งเล็ง ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท