
การประชุมวิชาการ AUTM
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
AUTM (Association of University Technology Managers) ชื่อนี้พูดขึ้นมาน่าจะไม่มีใครรู้จัก ถ้าไม่ใช่คนในวงการมหาวิทยาลัย และต้องเป็นมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีด้วย แถมเสียงที่ออกเวลาเรียกสมาคมนี้คือ “ออทั่ม” คนทั่วไปคงคิดว่าจะมาจัดงานฤดูใบไม้ร่วงอะไรกันในเดือน มี.ค. ที่แสนร้อนของประเทศไทย ถึงแม้จะจัดที่เชียงใหม่ก็ตาม
น่าเสียดายที่คนที่ทราบเรื่องนี้ดีมีอยู่ในวงจำกัดมากๆ ทั้งที่การประชุมวิชาการนี้เป็นการให้ความรู้จากมุมมองของวิทยากรระดับนานาชาติจากทั่วโลก ที่เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการเทคโนโลยี/นวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมไปถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา และการนำผลงานวิจัยที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยจะประสบปัญหาว่าไม่สามารถพัฒนาผลงานวิจัยจากห้องทดลอง หรือ Prototype จนถึงระดับไปสู้ตลาดและสังคม เพื่อให้ใช้ประโยชน์จริงๆ ได้ เพราะนอกจากปัญหาการขาดแคลนเงินทุนแล้ว ยังขาดความรู้ในเชิงลึก เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านผลงานวิจัยให้ออกสู่ตลาดนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก ทั้งในเรื่องการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินมูลค่า ช่องทางการติดต่อ การแมตชิ่งธุรกิจกับนวัตกรรม ฯลฯ จึงจำเป็นต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกิดขึ้นหรือเรียกว่า Technology Transfer และบุคลากรที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยี เรียกว่า Technology Transfer Professional ซึ่งบุคคลเหล่านี้เปรียบเสมือนข้อต่อที่จะเชื่อมฝั่งนักวิจัยกับผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน จึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทอย่างมาก ในการนำงานวิจัยลงจากหิ้งไปสู่ห้าง แต่ประเทศไทยกลับขาดแคลนบุคลากรเหล่านี้อยู่มาก ที่ผู้เขียนเรียกว่าเป็น “มนุษย์พันธุ์ใหม่” ในบทความที่ผ่านมา
ขณะที่รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการผลักดันกฎหมายใหม่ๆ ออกมาเพื่อดึงดูดการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในประเทศด้วย การประชุมวิชาการ AUTM จึงเกิดขึ้นในจังหวะพอดีที่ประเทศไทยและคนไทยกำลังตื่นตัว และที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมรอบที่ 4
น่าเสียดายอีกเช่นกันที่ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นนักวิชาการและไม่สามารถสื่อออกไปให้คนไทยโดยทั่วไปเห็นประโยชน์ของการประชุมนี้ได้ ทั้งๆ ที่การประชุมนี้ประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมได้ ต้องไปประมูลแข่งมา ปีที่แล้วไทยประมูลแพ้มาเลเซีย และมาได้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ (AUTM มีการแบ่งจัดกันเป็น 2 ภาค ในประเทศต่างๆ คือ AUTM ปกติจะจัดในภูมิภาค อเมริกา และยุโรป และ AUTM Asia จะจัดในประเทศต่างๆ ในเอเชีย เช่น ปีหน้าจะจัดที่ฮ่องกง เป็นต้น) ทั้งนี้ AUTM เป็นสมาคม ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐ โดยหน่วยงานวิจัย บริษัทเอกชน และนักศึกษา มีการดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างศักยภาพให้แก่นักวิชาชีพในสายงานการถ่ายทอดเทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากการจัดประชุมประจำปีแล้ว ยังมีการจัดฝึกอบรมและการทำคู่มือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิทางเทคโนโลยี (Technology Licensing Manual)
สำหรับ AUTM ภาคเอเชียนั้น มีวัตถุประสงค์ในการสร้างแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชีย สำหรับการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับความสามารถของบุคลากรทางด้านนี้ ตลอดจนให้มีการแบ่งปันและแปลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพการจัดการนวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเริ่มจัดประชุมครั้งแรกที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2011 มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 1,000 คน และในปีต่อๆ มาได้จัดการประชุมขึ้นที่ประเทศ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และมาเลเซีย ตามลำดับ
สำหรับปีนี้จะมีการจัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15-18 มี.ค. 2016 หรือปี 2559 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา จ.เชียงใหม่ โดยมีหัวข้อการประชุมและผู้ที่จะนำมาเสนอที่น่าสนใจ เช่น
สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและการวิจัย Life Science : ใครเป็นเจ้าของตัวยาที่ค้นพบ โดย Professor Sean M. O’Connor จาก Washington Law School
การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ โดย Kevin Nickels ซึ่งเป็นผู้จัดการด้านการตลาด เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมินเนโซตา
การนำข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญามาเพื่อวิเคราะห์ Competitive Analysis และจัดทำ Innovation Strategy โดย Wong Poh-Kam ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์
Lesson Learnt from Litigation Cases โดยผู้พิพากษาจากออสเตรเลียและไทย (ศาสตราจารย์(พิเศษ)วิชัย อริยะนันทกะ)
หัวข้อที่ยกมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง เพื่อให้เห็นว่าการประชุมวิชาการครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งนักวิจัย ตัวแทน ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทเอกชนที่สนใจทำวิจัย ฯลฯ ที่จะหาโอกาสเช่นนี้อีกยากมาก







