posttoday
'เงินสั่งมา' ไม่น่าแบน!

'เงินสั่งมา' ไม่น่าแบน!

09 มีนาคม 2559

โดย...อานิก อัมระนันทน์

โดย...อานิก อัมระนันทน์

เนื้อเพลง “เงินสั่งมา” ที่มีข่าวว่าถูกเซ็นเซอร์ห้ามออกโทรทัศน์ เป็นดังนี้

“เงินใช่ไหมทำให้คนจนขื่นขม เงินใช่ไหมทำให้สังคมแตกต่ำ เงินใช่ไหมทำให้คนลืมศีลธรรม หน้าด้านหน้าดำเพราะเงินนี้หนอ เงินใช่ไหมทำให้ใจคนโหดร้าย เงินใช่ไหมทำให้ลูกมันฆ่าพ่อ เงินใช่ไหมทำให้เพื่อนฝูงแตกคอ มีเงินมาล่อรูปหล่อยังแพ้ขอทาน เงินจ้างผีให้โม่แป้งได้ เงินเป็นนายของคนทั่วย่าน เงินมาผ้าหลุดความบริสุทธิ์แหลกลาญ ทรมานเพราะคำถากถาง

เงินใช่ไหมทำให้โลกเราสับสน คือเหตุผลทำคนให้มีช่องว่าง บวชเป็นพระแล้วท่านไม่ยอมปล่อยวาง ปลูกต้นสตางค์ไว้บนแผ่นหลังญาติโยม”

2 วรรคสุดท้ายเป็นสาเหตุที่ถูก “แบน” แต่ดิฉันกลับเห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งผู้ประพันธ์คือ คุณชลธี ธารทอง แต่งได้อย่างเฉียบคม สมกับที่เป็นศิลปินแห่งชาติ เนื้อเพลงอาจจะพูดเหมือนกับว่าเงินคือปัญหา ทว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่ทัศนะต่อเงิน ความโลภอยากได้เงินเกินที่จำเป็น เกินความสามารถที่จะหาโดยสุจริต และการขาดความพอเพียง ทำให้คนกลายเป็นทาสของเงินจนเกิดปรากฏการณ์ข้างต้น
ความโลภทางวัตถุนั้นรวมศูนย์อยู่ที่เงิน และโลภมากขึ้นเป็นทวีคูณเพราะเงินเอื้อต่อความงอกงามของวัตถุนิยม

เงินเป็นสื่อกลาง หรือ Medium of Exchange ที่จะใช้ซื้อหาวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัย 4 หรือของอื่นๆ ถ้าเป็นยุคโบราณมากสินค้าต้องแลกเปลี่ยนกัน (Barter) เช่น แลกไก่ 5 ตัวได้หมู 1 ตัว แต่เมื่อมีเงินเป็นสื่อกลางย่อมแลกเปลี่ยนสะดวกขึ้น และทำให้สามารถซื้อหาวัตถุที่เป็นที่นิยมได้ง่ายขึ้นแม้ไม่มีความจำเป็น

เงินเป็นเครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง หรือ Store of Value ถ้าชาวบ้านถวายข้าวปลาอาหารมากจนบริโภคในวัดไม่ไหว ท่านก็คงจะจ่ายแจกให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลน แต่พอเป็นเงิน มันสามารถเก็บสะสมได้ ยิ่งมีระบบธนาคารก็ยิ่งเก็บสะดวก ผู้บวชเลยเก็บกันเป็นร้อยล้าน พันล้านก็มีในข่าว

เงินเป็นหน่วยวัดค่าของสินค้าและบริการ หรือ Unit of Account อำนวยความสะดวกในการทำบุญทำทาน และในพุทธพาณิชย์ บริจาคถึงขั้นหนึ่งจะได้จารึกชื่อไว้ “ทำบุญ” มากๆ จะได้ร่ำรวยในชาติหน้า ถ้าจ่ายมากพอก็ได้จองที่บนสวรรค์ชั้นนั้นเป็นเวลาเท่านี้โกฏิปี แต่ก็ไม่ยักมีราคาว่าจ่ายเท่าใดจะนิพพาน! เพราะผู้บวชคงรู้อยู่แก่ใจว่าเงินสั่งนิพพานหรือความดับทุกข์ไม่ได้

เงินเป็นสิ่งจำเป็นในระบบเศรษฐกิจของมนุษย์มานมนานแล้ว ไม่แปลกที่ปัญหา “เงินสั่งมา” จะเกิดขึ้นในสังคมของฆราวาส แต่ที่ไม่ควรเลยและน่าสลดใจยิ่งนักคือ การปรากฏในหมู่สงฆ์ ทั้งๆ ที่การบวชควรจะเป็นการปล่อยวางเรื่องทางโลกทั้งหมด

“ผู้บวช” คือคนที่ผ่านพิธีกรรมของการบวช แต่หากไม่ถือข้อวัตรปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็ไม่ถือว่าเป็น “นักบวช” และถ้า “ปลูกต้นสตางค์ไว้บนแผ่นหลังญาติโยม” ก็คงจะเรียกได้ว่าเป็น เดียรถีย์ หรืออลัชชี
สมณะต้องสมถะ ซึ่งถ้าปฏิบัติครบ 227 ข้อวัตรก็คงสมถะได้ แต่ผู้บวชจำนวนมากไม่ได้ทำ บางคนยังไม่ปล่อยวางในลาภวัตถุ ในยศ หรือเรื่องอื่น เช่น ไม่รักษาพรหมจรรย์ บางคนมีรถหรูนั่งยังไม่พอก็มีเพิ่มไว้ประดับดูเล่นด้วย ที่อยู่อาศัยแทนที่จะเป็นกุฏิง่ายๆ กลับกลายเป็นวัง บางทีวัตถุที่นิยมมีเหลือเฟือก็เลยต้องสะสมเป็นเงิน เงิน เงิน

ที่ผู้บวชรวยได้ขนาดนั้นก็เพราะมีประชาชนหลงคิดว่าผู้บวชเป็นนักบวชจึงเชื่อฟัง โดยเฉพาะการสอนในสิ่งที่สนองธรรมชาติของกิเลส ดังนั้นนอกจากผู้บวชเหล่านี้จะผิดกติกาแล้ว ยังไปลวงล่อประชาชนให้โลภบุญ หลงพุทธพาณิชย์ด้วย นับเป็นความเฉียบคมของผู้ประพันธ์เพลง “เงินสั่งมา” ที่บอกสังคมว่าผู้บวชเหล่านั้นเอาเปรียบประชาชน ตรงกับคำพังเพยที่ว่า ทำนาบนหลังคน

เพลงนี้แค่สะท้อนถึงสภาพความเป็นจริงในสังคม ถ้าจะตำหนิใคร ก็ไม่ใช่นักบวชหรือภิกษุสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ตำหนิผู้บวชที่เข้ามาหากินกับศาสนา ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นประเด็นที่จะถูกเซ็นเชอร์เลย
แต่กระนั้นก็ควรจะสะเทือนถึงคณะสงฆ์ด้วย โดยเฉพาะมหาเถรสมาคมที่มีหน้าที่ปกป้องศาสนา ไม่ใช่ปกปิดจุดอ่อนหรือความด่างพร้อย แต่ต้องแก้ไข ท่านต้องล้างบางผู้บวชที่ไม่เป็นนักบวชเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนา

คณะกรรมการเซ็นเซอร์คงรู้อยู่แก่ใจว่าเพลงนี้สะท้อนปัญหาจริงๆ แต่อาจไม่เห็นประโยชน์ว่าเป็นการเตือนสติอย่างดีทั้งกับฆราวาสและคณะสงฆ์ หากธรรมาภิบาลสงฆ์ยังติดขัดที่บุคลากร โดยเฉพาะระบบสมณศักดิ์ซึ่งส่งเสริมบุคลากรให้เป็นผู้บวชมากกว่านักบวช รัฐก็จำเป็นต้องเข้ามาช่วยรักษากติกาและความบริสุทธิ์ของศาสนา การสร้างความตื่นรู้ หรือแม้แต่ความกดดันจากฆราวาส จะด้วยเพลงหรือด้วยวิธีใดที่สุภาพ ย่อมเป็นสิ่งพึงกระทำการเซ็นเซอร์เพลง “เงินสั่งมา” จึงไม่ได้ช่วยสังคมไทยเลย

# ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ขององค์กรใด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์