posttoday
สร้างกรอบโทรคมฯ ให้ทันเกม4จี...แรงส์

สร้างกรอบโทรคมฯ ให้ทันเกม4จี...แรงส์

09 มีนาคม 2559

เรื่องร้อนที่ต้องติดตามกันอย่างเข้มข้นในวงการธุรกิจช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเส้นตาย 90 วัน หรือวันที่ 21 มี.ค.นี้ ที่ผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต โดยมีผู้ชนะคือ กลุ่มทรู และกลุ่มจัสมิน ซึ่งชนะประมูลในราคาที่สูงกว่าคาดการณ์มาก จะจ่ายเงินอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มจัสมิน เพราะสิ่งนี้อาจพลิกเกมการแข่งขันวงการโทรคมนาคม ที่ปีนี้คาดมูลค่าคงทะลุ 5 แสนล้านบาทได้

เรื่องร้อนที่ต้องติดตามกันอย่างเข้มข้นในวงการธุรกิจช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเส้นตาย 90 วัน หรือวันที่ 21 มี.ค.นี้ ที่ผู้ชนะประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่แบ่งเป็น 2 ใบอนุญาต โดยมีผู้ชนะคือ กลุ่มทรู และกลุ่มจัสมิน ซึ่งชนะประมูลในราคาที่สูงกว่าคาดการณ์มาก จะจ่ายเงินอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มจัสมิน เพราะสิ่งนี้อาจพลิกเกมการแข่งขันวงการโทรคมนาคม ที่ปีนี้คาดมูลค่าคงทะลุ 5 แสนล้านบาทได้

ด้วยเดิมพันที่สูงมากระดับครึ่งล้านล้านบาท จึงทำให้เกมนี้มีการต่อรองเล่นทั้งกำลังภายนอกและภายใน เนื่องจากหากฝ่ายไหนเดินเกมผิด งานนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ประกอบการเซหรือทรุดเท่านั้น ยังอาจโยงไปถึงเจ้าหนี้หรือแบงก์ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการแต่ละราย โดยมีคำตอบเกือบจะสุดท้ายอยู่ที่ผู้กำกับดูแลหรือเรกูเลเตอร์ องค์กรอิสระ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งหากวางกรอบการแข่งขันไม่ได้ดุล เชื่อว่าจะเกิดการฟ้องร้องกันไปมายิ่งกว่าลิงแก้แหแน่

คงจำกันได้ว่าวงการโทรคมนาคมปีละหลายแสนล้านบาท ก่อนจะมาถึงจุดที่เป็นไฮไลต์วันที่ 21 มี.ค.นี้ เริ่มมาจาก นโยบายที่เปลี่ยนจากระบบสัมปทานเดิม มาเป็นระบบใบอนุญาตหรือไลเซนส์ ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรอิสระ กสทช.

ในการเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านครั้งนั้น กสทช.เริ่มต้นด้วยการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี บนคลื่นย่าน 2100 MHz เมื่อปลายปี 2555 การประมูลใบอนุญาต 3จี ย่านคลื่นความถี่ 2100 MHz ครั้งนั้น สับขาหลอกแบ่งเป็น 9 สลอต (สลอตละ 5 MHz) ราคาตั้งต้นสลอตละ 4,500 ล้านบาท การเคาะราคาประมูลหนึ่งครั้ง ราคาจะขึ้นทุก 5% หรือกว่า 225 ล้านบาท

การประมูลครั้งนั้นมีผู้เข้าประมูลที่เป็นผู้เล่นในสัมปทานเดิม 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู ส่วนจัสมินช่วงนั้นมีการเสนอตัวเข้าประมูล แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารทำให้โดนตัดออกไป การประมูล 3จี คลื่น 2100 MHz ครั้งนั้น เมื่อมีผู้เข้าประมูล 3 ราย กำหนดได้รายละ 15 MHz จึงแทบไม่มีการเคาะแข่งราคากันเลย เพราะแบ่งกัน 3 รายอย่างลงตัว

สรุปผลการประมูลใบอนุญาต 3จี คลื่น 2100 MHz ครั้งนั้น เอไอเอสจึงเสนอราคาสูงสุด เพราะพลาดเคาะประมูลไปที่ 14,625 ล้านบาท ส่วนดีแทคกับทรูไม่เคาะเลย จึงเสนอราคาเท่ากัน 3 สลอต รวมราคาไม่ได้เคาะประมูลเลยที่ 13,500 ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนี้จึงใช้วิธีจับสลาก ซึ่งทรูชนะได้เลือกย่านความถี่ก่อน ที่เหลือเป็นของดีแทค งานนี้กสทช.ซึ่งจัดประมูลได้ค่าใบอนุญาต 3จี คลื่น 2100 MHz รวมกันแค่ 41,625 ล้านบาท โดย 3 ค่ายแบ่งความถี่กันไปเครือข่ายละ 15 MHz เป็นระยะเวลา 15 ปี

การจัดโชว์ 3จี ครั้งนั้นจึงราวกับว่า กสทช.จัดให้ 3 ค่ายมือถือเดิม เริ่มต้นเข้าสู่ระบบใบอนุญาตที่เท่ากันที่ 15 MHz ระยะเวลา 15 ปี ท่ามกลางความกังขาของสังคมว่าประมูลแบบไม่แข่งขันกัน

จากนั้นปี 2558 กสทช.ได้เปิดประมูล 4จี บนคลื่น 1800 MHz จำนวน 2 ใบ (ใบละ 15 MHz) อายุสัญญา 18 ปี กับ 4จี บนคลื่นความถี่ 900 MHz จำนวน 2 ใบ (ใบละ 10 MHz) อายุสัญญา 15 ปี แต่ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย คือสามรายเดิมเอไอเอส ดีแทค และทรู กับรายใหม่มือถือแต่เก่าในวงการโทรคมนาคม คือ กลุ่มจัสมิน

ผลการประมูล 4จี จึงแข่งขันกันจริง ประมูลข้ามวันข้ามคืน ทำสถิติราคาที่ผู้ชนะประมูลเสนอสูงกว่าราคาเริ่มต้นหลายเท่าตัว โดยคลื่น 1800 MHz จากราคาเริ่มต้นใบละ 13,320 ล้านบาท 2 ใบอนุญาต (ใบละ 15 MHz) อายุ 18 ปี ทางเอไอเอสชนะที่ราคา 40,986 ล้านบาท และทรูชนะที่ 39,792 ล้านบาท ส่วนผู้ที่แพ้กลุ่มจัสมินเสนอถึง 38,966 ล้านบาท และดีแทคเสนอแค่ 17,504 ล้านบาท

สร้างแรงกดดันให้รู้ว่าจัสมินไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเสนอประมูลถึง 3.89 หมื่นล้านบาท เกือบเท่ากับมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปของจัสมิน โดยมีการวิเคราะห์กันว่า ทางจัสมินต้องสู้เพราะความเร็วของ 4จี ที่มากกว่า 3 จี ถึง 10 เท่า ขนาด 3จี ยังดูถ่ายทอดสดไม่สะดุดแล้ว หากเป็น 4จี ความเร็วอีก 10 เท่า งานนี้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ ยี่ห้อ 3บีบี คงโดนกระทบแน่ จึงทำให้จัสมินต้องสู้แหลก

เมื่อเป็นเช่นนี้ทาง กสทช.จึงสร้างเงื่อนไขให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้น ด้วยการแบ่งจ่ายเงินประมูลจาก 3 งวดแรก 50% งวดถัดไป 25% กับ 25% ของราคาเริ่มต้น ส่วนงวดที่สี่ถึงจ่ายส่วนต่างที่ชนะประมูล

ในเมื่อโอกาสเปิดมากขึ้น การแข่งประมูลใบอนุญาต 900 MHz ใบละ 10 MHz สัญญา 15 ปี ราคาเริ่มต้นใบละ 12,864 ล้านบาท จึงประมูลกันข้ามวันข้ามคืนกว่า 4 วัน

ผลประมูลกลุ่มจัสมินชนะประมูลที่ราคา 75,654 ล้านบาท และกลุ่มทรูชนะประมูล 76,298 ล้านบาท รวมมูลค่า 151,952 ล้านบาท ต้องจ่ายเงินงวดแรกพร้อมหนังสือรับรองจากสถาบันการเงินหรือแบงก์การันตี ซึ่งกลุ่มทรูมี 6 แบงก์ออกมารับรองว่าจะออกแบงก์การันตีให้แล้ว ส่วนจัสมินทุกฝ่ายต่างติดตามว่าจะหาทางออกได้อย่างไรในเวลาอีกแค่ 10 วัน จากที่เคยบอกว่าจะมีพันธมิตรมาร่วมทุนจากเกาหลี หรือจะใช้วิธีเพิ่มทุน

บนความไม่แน่นอนดังกล่าว จึงเกิดการต่อรองในรูปแบบต่างๆ เช่น ผู้ชนะประมูลกลุ่มทรูยื่นเงื่อนไขว่าหากผู้ชนะอีกรายไม่จ่ายเงิน และต้องเปิดประมูลใหม่ อาจจะต้องขอลดจ่ายค่าประมูล ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับผู้ชนะประมูลรายใหม่

ขณะที่การจะนำคลื่นความถี่ 900 MHz ใบที่สองอีก 10 MHz มาประมูล จะต้องเริ่มที่ราคาประมูลเท่าไร เพราะมูลค่าของคลื่นจะผันแปรตามเวลาด้วย ซึ่งหากเรกูเลเตอร์ กสทช.ประชุมตัดสินใจวางกรอบในการแข่งขันไม่เป็นธรรม เดิมพันสูงวงการโทรคมนาคมปีละกว่า 5 แสนล้านบาท อาจจะทำให้บางรายได้เปรียบอย่างมาก เพราะคนในวงการตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลในราคาที่สูงเกินกว่าโมเดลธุรกิจจะคุ้มค่า และมีตัวบีบ เงินที่ต้องจ่ายในปีที่ 4 จะต้องจ่ายส่วนที่เหลือถึงรายละกว่า 6 หมื่นล้านบาท เหมือนกับเป็นการเดิมพัน หาก 3 ปีแรกที่ยังไม่มีภาระจ่ายค่าใบอนุญาต โมเดลธุรกิจที่คิดไว้โกยรายได้ไม่ได้ตามแผน เมื่อถึงปีที่ 4 วิกฤตวงการโทรคมนาคมคงเกิดขึ้นแน่ทั้งผู้ประกอบการและแบงก์ที่ปล่อยกู้ งานนี้เรกูเลเตอร์อย่าง กสทช.จึงต้องวางกรอบให้ทันเกม 4จี ทั้งเร็วและแรงสุดๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท