posttoday
บสย.ขยายค้ำสินเชื่อสตาร์ทอัพ

บสย.ขยายค้ำสินเชื่อสตาร์ทอัพ

09 มีนาคม 2559

บสย.เตรียมเสนอ ครม. รับค้ำกลุ่มสตาร์ทอัพ กับอินโนเวชั่น อีก 1 หมื่นล้าน

บสย.เตรียมเสนอ ครม. รับค้ำกลุ่มสตาร์ทอัพ กับอินโนเวชั่น อีก 1 หมื่นล้าน

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า แผนงานของ บสย.ในปี 2559 ได้ตั้งเป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นราย คิดเป็นยอดค้ำประกันไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท โดยจะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ได้แก่ กลุ่มเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) ที่จะขยายวงเงินการค้ำประกันจากรายละ 2 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการพิเศษ ได้แก่ กลุ่มนวัตกรรม (อินโนเวชั่น) ซึ่งเป็นกลุ่มนักรบใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ บสย.จะประสานข้อมูลกับ สวทช. และกระทรวงวิทยาศาสตร์ เพื่อหาผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก ตั้งเป้าค้ำประกันไม่เกิน 20 ล้านบาท/ราย ซึ่งในส่วนของสตาร์ทอัพกับอินโนเวชั่น ตั้งเป้าค้ำประกันไว้ไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะทำแผนเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทำโครงการดังกล่าวภายในไตรมาส 2

นอกจากนี้ ได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการค้ำผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อในโครงการรัฐบาล 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอี ที่มีวงเงินปล่อยกู้ 7.2 หมื่นล้านบาทแล้ว โดยจะใช้การค้ำประกันสินเชื่อในโครงการ PGS 5 ที่มีวงเงินรวม 1 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน บสย.อนุมัติวงเงินค้ำประกันไปแล้ว 5.8 หมื่นล้านบาท เหลือวงเงินอนุมัติอีก 4.2 หมื่นล้านบาท สิ้นสุดโครงการรับคำขอในวันที่ 30 มิ.ย. 2559 นี้

นายนิธิศ กล่าวต่อว่า บสย.จะขยายการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีรายละไม่เกิน 2 แสนบาท ระยะ 2 ที่รัฐบาลอนุมัติขยายวงเงินให้อีก 1.35 หมื่นล้านบาท และปรับเกณฑ์สินทรัพย์ถาวรจาก 200 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาท สิ้นสุดโครงการในปี 2560 โดยคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยได้ 1.35 แสนราย เพื่อเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีรายจิ๋วสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น บสย.จะรับค้ำประกันต่อรายสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท ระยะเวลาการค้ำประกันสูงสุดถึง 10 ปี

พร้อมกันนี้ บสย.เดินหน้าแก้ พ.ร.บ.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งได้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว และส่งต่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป ซึ่งจะทำให้สามารถขยายธุรกรรมไปสู่กลุ่มลูกค้าการค้ำประกันไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น นันแบงก์ นาโนไฟแนนซ์ ลิสซิ่งแฟกเตอริ่ง

สำหรับเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ระดับ 8% ของยอดการรับประกันคงค้าง หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2.4 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2559 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจยังชะลอตัว คาดว่ายอดเอ็นพีแอล จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 9% ของยอดการรับประกันคงค้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท