posttoday
เปิดรายงานศักยภาพขรก.ไทย ไม่ขายหน้าแต่ไม่กระเตื้อง

เปิดรายงานศักยภาพขรก.ไทย ไม่ขายหน้าแต่ไม่กระเตื้อง

31 กรกฎาคม 2553

“สมรรถนะในการแข่งขันของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบในปี พ.ศ.2552  ในส่วนความเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 13 จาก 181 ในส่วนดัชนีชี้สภาวะธรรมมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก พบว่า  ค่าดัชนีชี้วัดสภาวะธรรมาภิบาล โดยรวมของประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่ม Percentile Rank  เดิม

“สมรรถนะในการแข่งขันของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบในปี พ.ศ.2552  ในส่วนความเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 13 จาก 181 ในส่วนดัชนีชี้สภาวะธรรมมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก พบว่า  ค่าดัชนีชี้วัดสภาวะธรรมาภิบาล โดยรวมของประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่ม Percentile Rank  เดิม

โดย ทีมข่าวการเมือง

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา มีวาระเกี่ยวข้องกับวงการข้าราชการไทยที่ควรติดตามอย่างยิ่ง เมื่อคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)  ได้รวบรวมข้อมูลการทำงานของข้าราชการประจำปี 2552  เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  ซึ่งรายงานดังกล่าวนอกจากจัดทำเสนอต่อที่ประชุมครม.แล้ว จะถูกไปรายงานต่อที่ประชุมรัฐสภาด้วย โพสต์ทูเดย์ขอนำสาระสำคัญมาเสนอดังนี้ 

กพร.รายงานว่า  สมรรถนะในการแข่งขันของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบในปี พ.ศ.2552  ในส่วนความเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 13 จาก 181 ในส่วนดัชนีชี้สภาวะธรรมมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก พบว่า  ค่าดัชนีชี้วัดสภาวะธรรมาภิบาล โดยรวมของประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่ม Percentile Rank  เดิม กล่าวคือ ยังเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่ม Percentile Rank  ที่ 50-57 เช่นเดียวกับปีก่อน อันดับความสามารถในการแข่งขันในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยหลักกลุ่มประสิทธิภาพภาครัฐมีอันดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักกลุ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจทรงตัวในอันดับเดิม ส่วนปัจจัยหลักกลุ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานแม้อันดับจะมีแนวโน้มลดลงแต่ยังรักษาอันดับในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าปี 2550  และความพร้อมในการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ปี 2552  จำนวน 184 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 76

ภาพรวมของระบบราชการ ที่สะท้อนขีดความสมรรถนะเชิงกายภาพและสัมฤทธิ์ผลของระบบราชการมีดังนี้

1. หน่วยงานของรัฐในกำกับของฝ่ายบริหาร 4 ประเภท ได้แก่  ประเภทที่ 1 ส่วนราชการ มีหน่วยงานในส่วนกลางรวม 175 หน่วยงาน  ส่วนภูมิภาค 953 หน่วยงาน และส่วนท้องถิ่น 7,858 หน่วยงาน  ประเภทที่ 2 รัฐวิสาหกิจ 58 แห่ง   ประเภทที่ 3 องค์การมหาชน 57 องค์การ   ประเภทที่ 4 หน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ (หน่วยงานธุรการขององค์กรของรัฐ) 8 แห่ง

2. กำลังคนภาครัฐในฝ่ายพลเรือนจำนวน 2,037,955 คน  ประกอบด้วย ข้าราชการ 1,271,620 คน ลูกจ้างประจำ 237,786 คน  ลูกจ้างชั่วคราว 281,831 คน พนักงานจ้าง 145,726 คน และพนักงานราชการ 100,992 คน

3. รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 จำนวน 1,835,000 ล้านบาท เป็นงบรายจ่ายด้านบุคลากรจำนวน 478,376.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 26.1 ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด รองจากงบรายจ่ายอื่นที่มีสัดส่วนร้อยละ 28.7 ในขณะที่งบเงินอุดหนุน งบลงทุน และงบดำเนินการ มีสัดส่วนร้อยละ 24.2 ร้อยละ 11.1 และร้อยละ 9.9 ตามลำดับ

ความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบราชการไทย

ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการจากการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ ประจำปี พ.ศ. 2552 ปรากฏว่าส่วนราชการมีคะแนนเฉลี่ยที่สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด โดยส่วนราชการจำนวนหนึ่งมีคะแนนผลการปฏิบัติราชการเฉลี่ยสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก ในส่วนของจังหวัดยังมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าค่าเป้าหมายเล็กน้อย

การผลักดันการพัฒนาระบบราชการไทยให้เป็นองค์การที่มีความพร้อม 4 ด้าน คือ ตอบสนองทันต่อการเปลี่ยนแปลง เก่ง ดี และมีส่วนร่วมตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2551 – 2555) ดังนี้

- ตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของประชาชนโดยการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน ด้วยการส่งเสริมการมอบอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 การลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ การพัฒนาศูนย์บริการร่วม การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการ รวมทั้งเผยแพร่บริการของภาครัฐให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

- การปรับรูปแบบการทำงานให้มีลักษณะเชิงบูรณาการ เกิดการแสวงความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหาราชการแบบมีส่วนร่วม  และส่งเสริมการขยายผลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด ตลอดจนเพิ่มความเข้มแข็งแก่เครือข่ายการพัฒนาระบบราชการให้มากขึ้น

- การมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง บุคลากรมีความพร้อมและความสามารถในการเรียนรู้คิดริเริ่ม เปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยการเสนอให้ส่วนราชการทบทวนบทบาทภารกิจของตนและเน้นการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยมีมาตรการชะลอการขยายหน่วยงานของภาครัฐควบคู่ไปด้วย และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อม สามารถเรียนรู้ ปรับตัว ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง หรือกรณีศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประชุมชี้แจง ประชุมสัมมนาทางวิชาการ การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังได้แสวงหารูปแบบของระบบเวอร์ชัวร์ออฟฟิต (Virtual office) เพื่อช่วยให้ข้าราชการทำงานราชการที่บ้านเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่บุคลากรภาครัฐอีกเช่นกัน ในส่วนขององค์การมหาชนใดไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหรือหมดความจำเป็นก็ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อยุบเลิก และได้จัดให้มีคู่มือการบริหารงานและกำกับดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชน เพื่อให้องค์การมหาชนบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล

- การสร้างระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดี เกิดความโปร่งใส มั่นใจ และสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งทำให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อประชาชน และต่อสังคมโดยรวม โดยได้จัดทำหลักเกณฑ์สำหรับประเมินนโยบายและผลการดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี (Organizational Governance) ในส่วนของการตรวจควบคุมองค์การจากภายนอกนั้น ได้มีการปรับปรุงระบบการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ โดยคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) เพื่อรายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกรอบ 6 เดือน และตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของจังหวัด

สำหรับการดำเนินงานขั้นต่อไปของ ก.พ.ร. จะเดินหน้าสร้างระบบราชการให้มีความพร้อมทั้ง 4 ด้าน คือ ตอบสนองทันต่อการเปลี่ยนแปลง เก่ง ดี และมีส่วนร่วม ตามแผนยุทธศาสตร์ฯ โดยจะเพิ่มคุณภาพการบริการภาครัฐ จะพัฒนาระบบการตรวจสอบและประเมินภาคราชการ และจะเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ พร้อมทั้งเร่งเสริมสร้างคุณธรรมที่เอื้อต่อการรักษาจริยธรรมของบุคลากรภาครัฐควบคู่ไปกับการบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ทั้งนี้  ผลการดำเนินงานของสำนักงาน ก.พ.ร. ประจำปี พ.ศ. 2552 ได้ดำเนินการโดยมีแผนยุทธศาสตร์ กำลังคนและงบประมาณรายจ่ายของตนเองในฐานะหน่วยงานด้านธุรการที่รับผิดชอบกิจกรรม วิชาการและแผนงานภายใต้นโยบายของ ก.พ.ร. และเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของพนักงานของรัฐที่สนองต่อความต้องการประชาชนและการพัฒนาประเทศ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ลงนามความร่วมมือกับธนาคารโลก เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือของทั้งสององค์การในการเสริมสร้างสมรรถนะระบบราชการไทยให้เป็นกลไกที่เข้มแข็งในการพัฒนาประเทศและเป็นแบบอย่างที่ดีของประเทศในภูมิภาค

 
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท