posttoday
ใครแบกรับภาระต้นทุน ทางภาษีในทางเศรษฐกิจ (ตอน 2)

ใครแบกรับภาระต้นทุน ทางภาษีในทางเศรษฐกิจ (ตอน 2)

07 มีนาคม 2559

โดย...ผศ.ดร.อนันต์ วัฒนกุลจรัส คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) www.econ.nida.ac.th; [email protected]

โดย...ผศ.ดร.อนันต์ วัฒนกุลจรัส คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) www.econ.nida.ac.th; [email protected]

เมื่อฉบับวันที่ 7 ธ.ค. 2558 ผมได้อธิบายในเชิงเปรียบเทียบระหว่างผู้บริโภคและเจ้าของปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน ว่า ภาระต้นทุนทางภาษีของผู้ผลิตสามารถถูกถ่ายโอนไปข้างหน้าให้กับผู้บริโภคเมื่อผู้บริโภคมีความยืดหยุ่นที่ต่ำกว่า แต่จะถูกถ่ายโอนไปข้างหลังให้กับเจ้าของปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานเมื่อผู้บริโภคมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่า โดยเจ้าของปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นที่ต่ำกว่าก็จะต้องแบกรับภาระต้นทุนทางภาษีในสัดส่วนที่สูงกว่า

ในวันนี้ ผมจะประยุกต์ข้อเท็จจริงข้างต้นเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของการจัดเก็บภาษีต่อการแบกรับภาระต้นทุนทางภาษีในอุตสาหกรรมการผลิตสองประเภท คือ (ก) อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออก (หรือแข่งขันกับสินค้านำเข้า) และ (ข) อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อขายสินค้าและบริการภายในประเทศ

โดยทั่วไปแล้วอุตสาหกรรมทั้งสองประเภทจำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตขั้นกลางในการผลิตไม่มากก็น้อย เมื่อใดก็ตามที่ปัจจัยการผลิตขั้นกลางถูกจัดเก็บภาษีย่อมกระทบต่อต้นทุนและการปรับตัวในการผลิตของอุตสาหกรรมทั้งสองประเภท ตลอดจนการถ่ายโอนภาระต้นทุนทางภาษีดังกล่าวด้วย เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างของการจัดเก็บภาษีกับปัจจัยการผลิตขั้นกลางประเภทพลังงานเชื้อเพลิงซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมทั้งสองประเภท เช่น ภาษีคาร์บอน ภาษีเชื้อเพลิง ฯลฯ

ในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก (Tradable goods) โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่ค่อนข้างจำกัดตามเพดานราคาสินค้าในตลาดโลก หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าในตลาดโลกได้ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยต้องเผชิญกับอุปสงค์ในตลาดโลกที่มีความยืดหยุ่นสูงมากกว่าอุปสงค์ภายในประเทศ [1] เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกจึงไม่สามารถถ่ายโอนภาระต้นทุนทางภาษีไปข้างหน้าให้กับตลาดโลกได้ แต่จะถ่ายโอนไปข้างหลังให้กับปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานของอุตสาหกรรมนั้นๆ แทน

ภายใต้ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เมื่อราคาสินค้าส่งออกในตลาดโลกถูกจำกัดไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวได้แล้ว ผลตอบแทนปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน (เช่น แรงงาน ทุน และที่ดิน) ย่อมจะต้องลดลง ภาระต้นทุนทางภาษีจึงตกอยู่กับเจ้าของปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นในการใช้ปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานต่างๆ ซึ่งในท้ายที่สุดย่อมจะกระทบรายได้ของครัวเรือนและการกระจายรายได้ในที่สุด

ในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อขายสินค้าและบริการภายในประเทศ (Non-tradable goods) เช่น บริการขนส่งภายในประเทศ บริการคลังสินค้า บริการค้าปลีกและค้าส่ง บริการที่พักและร้านอาหาร บริการสาธารณูปโภค ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยการผลิตขั้นกลางให้กับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ และยากที่จะมีสินค้าและบริการอื่นๆ มาทดแทนได้ง่าย ภาระต้นทุนทางภาษีที่จัดเก็บกับพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถถ่ายโอนไปข้างหน้าให้กับตลาดได้ เพราะอุปสงค์ภายในประเทศที่มีต่อสินค้าและบริการของอุตสาหกรรมเหล่านี้มีความยืดหยุ่นค่อนข้างต่ำดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศเมื่อเทียบกับราคาสินค้าในตลาดโลกสูงขึ้นกว่าเดิม

จากการวิเคราะห์ข้างต้น การจัดเก็บภาษีกับปัจจัยการผลิตขั้นกลางอย่างเช่นพลังงานเชื้อเพลิงดังตัวอย่างข้างต้นจึงมีผลกระทบเสมือนอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำกำไรในอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้า และลดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก ส่งผลให้ประเทศเกิดสภาวะการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่การใช้จ่ายรวมภายในประเทศยังสูงกว่ารายได้ของประเทศ

ภายใต้การไหลเวียนของเงินทุนระหว่างประเทศ ณ ระดับหนึ่งๆ การจะลดสภาวะการขาดดุลการค้าระหว่างประเทศนี้ ประเทศจำเป็นจะต้องมีการลดการใช้จ่ายภายในประเทศ และราคาสินค้าและบริการภายในประเทศจำเป็นจะต้องลดลง ทั้งนี้เพื่อดึงให้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงอ่อนค่าลงจากเดิม

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่าการจัดเก็บภาษีภายในประเทศ นอกจากจะมีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ถูกเก็บภาษีแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ การใช้ปัจจัยการผลิต ราคาปัจจัยการผลิต การจ้างงาน อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง และการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อการกระจายรายได้ด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท