posttoday
ไทยได้บทเรียนอะไร จากองค์กรโปร่งใส

ไทยได้บทเรียนอะไร จากองค์กรโปร่งใส

07 มีนาคม 2559

โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ กรรมการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

โดย...ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ กรรมการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ธนาคารโลกในฐานะผู้นำการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ได้ดำเนินการหลายๆ รูปแบบมาเป็นเวลาสิบๆ ปี เพราะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ถึงความสูญเปล่าของบรรดาเงินกู้โครงการเพื่อพัฒนาประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาจำนวนมาก ที่ถูกผ่องถ่ายไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของนักการเมือง ข้าราชการ ฯลฯ ส่วนประเทศและประชาชนซึ่งต้องก้มหน้าก้มตาใช้หนี้คืนธนาคารโลก ก็ยังคงยากจนและด้อยพัฒนาเหมือนเดิม ประเทศไทยก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้

บทเรียนจากประสบการณ์ของนักวิชาการ ข้าราชการ นักการเมือง ตลอดจนประชาชนที่สนใจและเข้ามีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชั่น มีอยู่มากมาย ประเทศไทยซึ่งได้คะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) ช่วง 30-38 คะแนนจาก 100 ติดต่อกันมา 17-18 ปีแล้ว จัดว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับความพยายามของทุกๆ ฝ่ายที่ตระหนักถึงความเสียหายมหาศาลจากผลการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ FDI ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

การสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสะท้อนบทเรียนบางประการที่ประเทศไทยอาจพิจารณานำมาใช้ได้ อาทิ

1) การสร้างระบบข้อมูลเพื่อการบริหาร MIS สำหรับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม อาทิ ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน ข้อมูลการถือครองทรัพย์สิน ข้อมูลการชำระภาษีส่วนบุคคล/นิติบุคคล ฯลฯ เพื่อนำไปสู่ข้อมูลรวมเชิงประจักษ์ เมื่อเกิดกรณีทุจริตคอร์รัปชั่น สามารถนำข้อมูลจากส่วนต่างๆ เหล่านั้นมาเพื่อเชื่อมโยงและนำไปสู่หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบรรดาผู้กระทำความผิด ทำให้ปฏิเสธได้ยาก เพราะเป็นข้อเท็จจริง จึงนำไปสู่การสารภาพเพราะข้อมูลยืนยันและจำยอมรับผิด การลงโทษด้วยมาตรการปรับ หรือต่อรองเพื่อปรับเป็นเงิน

ที่สุดเมื่อต้องดำเนินคดีอาญาก็สามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะจำเลยและผู้ที่เกี่ยวข้องยอมรับสารภาพตามหลักฐานเชิงประจักษ์แล้ว ทำให้การพิจารณาตัดสินคดีอาญาใช้ระยะเวลาสั้นๆ สะท้อนความมีประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรมที่ทันเวลา ตอกย้ำความเอาจริงเอาจังของการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นโดยไม่เลือกหน้า ฯลฯ

2) การสร้างกระบวนการเป่านกหวีด หรือร้องเรียนภายในจากผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ เช่น ข้าราชการในการติดสินบนของภาคธุรกิจ และการใช้อำนาจของนักการเมือง/ข้าราชการบางคน ฯลฯ หรือประชาชน/กลุ่มผู้สนใจ ซึ่งติดตามการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ถูกต้องไม่โปร่งใส ฯลฯ อย่างเป็นระบบสม่ำเสมอ

การร้องเรียนจากคนวงใน ซึ่งประกอบด้วยพยานบุคคลและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่รวบรวมไว้อย่างรอบคอบสมบูรณ์ ทำให้การดำเนินกระบวนการยุติธรรมมีความสะดวกและรวดเร็ว มีหลักฐานเชิงประจักษ์เพียงพอจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและบริสุทธิ์ยุติธรรม (คล้ายๆ ข้อ 1)

3) การสร้างกระบวนการเงินต่อเงิน กล่าวคือ สื่อสารมวลชน นักวิชาการ กลุ่ม NGO ฯลฯ ที่มีความสนใจและมีข้อมูลในด้านต่างๆ ซึ่งกำลังมีการติดสินบน มีการจัดซื้อจัดจ้าง หรือมีการตรวจรับงานตามโครงการ ฯลฯ จะรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ให้มากเพียงพอที่กระบวนการยุติธรรมจะเข้ามาดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สุดท้ายจะมีเงินรางวัลในสัดส่วนประมาณ 1/3 ของงบประมาณที่สามารถป้องกันได้

มาตรการนี้เท่ากับมีกระบวนการยุติธรรมอยู่ทั่วๆ ไปในวงราชการ/รัฐวิสาหกิจ ทำให้การร่วมมือทุจริตคอร์รัปชั่นทำได้ยาก เพราะกลไกดังกล่าวมีความคล่องตัวมากกว่ากระบวนการยุติธรรมธรรมดา ที่ไม่สามารถตามทันความก้าวหน้าทันสมัยของภาคธุรกิจที่ซับซ้อนระดับนานาชาติในยุคโลกาภิวัตน์ของศตวรรษที่ 21 ได้ ระบบเงินรางวัลสามารถช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างชัดเจน พิสูจน์เป็นข้อมูลเชิงปริมาณได้

4) การสร้างสังคมคนชั้นกลางให้มีมากที่สุดโดยการขจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ สังคม ของชนชั้นต่างๆ ที่มีอยู่ ขณะนี้ประเทศไทยมีชนชั้นกลาง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าราชการทุกประเภทประมาณเกือบ 3 ล้านคน ที่มีสถานภาพทางสังคมสูง ได้รับการยกย่อง มีอภิสิทธิ์ ฯลฯ แม้รายได้ไม่สูงมาก แต่ดำรงชีพด้วยการสนับสนุนจากรัฐ อาทิ สวัสดิการมากมาย การรักษาพยาบาลคนในครอบครัว ฯลฯ

อีกกลุ่มคือ กลุ่มพ่อค้า/นักธุรกิจ ที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นใหม่ในสังคมที่มีรายได้สูง มีความเป็นอยู่สะดวกสบาย เพราะสะสมความร่ำรวยจากธุรกิจ การค้าบริการ การผูกขาดสัมปทาน การพนัน การค้ายาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ รวมประมาณ 10 ล้านคน สัดส่วนกลุ่มคนนี้ คนที่เป็นคนชั้นกลางและชั้นสูงในสังคมซึ่งเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น แต่มีทรัพย์สินและความร่ำรวยเท่ากับร้อยละ 80 ของทั้งประเทศไทย ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มีส่วนแบ่งความร่ำรวยและทรัพย์สินเพียง 1 ใน 5 ของประเทศ ทำให้เกิดความยากจน ไม่มีคุณภาพ ไม่มีชีวิตที่ทันสมัย ไม่ต่างไปจากประเทศในทวีปแอฟริกา

ประเทศที่ได้คะแนน CPI สูงๆ เช่น 60, 70, 80, 90 มักเป็นประเทศที่มีชนชั้นกลางร้อยละ 80 เป็นส่วนใหญ่ อาทิ ประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์

สรุปบทเรียนที่ประเทศไทยควรนำมาประยุกต์ใช้เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชั่นลงให้มากที่สุดในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติแผนที่ 12 ซึ่งจะใช้เร็วๆ นี้นั้น ควรมีมาตรการเชิงประจักษ์โดยอาศัยระบบข้อมูลเพื่อการบริหาร (MIS) ที่ทันสมัย สามารถนำมาใช้เพื่อลงโทษการคอร์รัปชั่นได้ทันที และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเป็นปรากฏการณ์นานาชาติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า จะสามารถทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความศักดิ์สิทธิ์ ทันเวลา และเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ตามเจตนารมณ์ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติที่ได้รับการยอมรับกันทั่วไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท