
ยกระดับแผนรับภัยแล้ง
เพียงแค่เริ่มต้นภัยแล้งก็ส่งผลกระทบอย่างแสนสาหัส แม้รัฐบาลจะประกาศให้เกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง แต่ก็ยังมีผู้ฝืนปลูกอยู่เป็นจำนวนมากต้องประสบกับความเสียหาย แม้เกษตรกรจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาน้ำมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก แต่ก็ไม่อาจเอาชนะความแห้งแล้งได้
เพียงแค่เริ่มต้นภัยแล้งก็ส่งผลกระทบอย่างแสนสาหัส แม้รัฐบาลจะประกาศให้เกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง แต่ก็ยังมีผู้ฝืนปลูกอยู่เป็นจำนวนมากต้องประสบกับความเสียหาย แม้เกษตรกรจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาน้ำมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก แต่ก็ไม่อาจเอาชนะความแห้งแล้งได้
ไม่เพียงแต่ภาคการเกษตร หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบสำหรับผลิตประปา จนต้องจ่ายน้ำเป็นเวลา ผลกระทบหนักกว่านั้นคือ แม้แต่โรงพยาบาลก็ยังขาดแคลนน้ำสะอาด
ข้อมูลของกรมชลประทาน ระบุว่า น้ำกักเก็บในเขื่อนหลักของประเทศมีเหลือใช้อีกประมาณ 140 วัน ขณะที่นักวิชาการก็เตือนว่าปรากฏการณ์ลานินญาซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักอาจล่าช้ากว่าที่คาดไว้ ซึ่งหมายความว่าหากล่วงถึงเดือน ส.ค.แล้ว แต่ยังไม่มีฝนตกลงมา ประเทศจะเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ที่ผ่านมารัฐบาลมีการเตรียมรับมือปัญหาภัยแล้งมาเป็นระยะ ทั้งการประกาศงดจ่ายน้ำเข้าพื้นที่นาปรัง เพื่อสงวนน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ ไว้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างงาน สร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้ง มาตรการผ่อนปรนเงินกู้ การให้สินเชื่อก้อนใหม่ ขณะเดียวกันสนับสนุนการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล การทำฝนหลวงและนำรถแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือประชาชน ล่าสุดรัฐบาลก็ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งสำรวจแหล่งน้ำว่ามีเหลือปริมาณเท่าไหร่ แต่มาตรการเหล่านี้ดูเหมือนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และมุ่งลดผลกระทบแก่ภาคการเกษตรด้วยการสร้างงานหรือปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทน
ในภาวะที่ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และมีทีท่าว่าจะหนักหน่วงเพิ่มมากขึ้น มาตรการที่รัฐกำลังดำเนินการอยู่นี้ ยังไม่สามารถให้ความหวังว่าประเทศไทยจะผ่านวิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ไปได้อย่างไร ในช่วงเวลาที่เหลืออีกหลายเดือนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน
ในภาวะเช่นนี้รัฐบาลจะต้องปรับแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือปัญหาภัยแล้งเสียใหม่ทั้งกระบวน ลำพังคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งปี 2558/2559 ซึ่งมีรมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน อาจไม่เพียงพอที่จะจัดการกับปัญหาที่ขยายผลกระทบอย่างหนักหน่วงนี้ได้ รัฐบาลต้องยกปัญหาภัยแล้งขึ้นมาเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน และนายกรัฐมนตรีอาจต้องเข้ามานั่งเป็นประธานแก้ไขปัญหาเอง
ปัญหาสำคัญในขณะนี้ นอกจากการจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังจะต้องรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน ทั้งการเกษตร ครัวเรือน และอุตสาหกรรมใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เพียงพอจนถึงฤดูฝน รวมถึงแผนรับความเสี่ยงที่ฤดูฝนอาจล่าช้าออกไปนานนับเดือน
ลำพังแค่การออกมายืนยันว่าปริมาณน้ำที่เหลือเก็บอยู่ในเขื่อนเพียงพอที่จะใช้จนถึงฤดูฝนในภาวะปัจจุบัน ไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้อีก และการกล่าวโทษถึงความผิดพลาดด้านการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลก่อนๆ ไม่เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมา
รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับแผนรับมือภัยแล้งอย่างเร่งด่วน เพราะผลกระทบที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นสัญญาณให้เห็นแล้วว่ามาตรการและกลไกการแก้ปัญหาแบบที่เป็นอยู่ ยากที่จะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ได้







