
ไอทีดีดึงกลุ่มจีนลงทุนทวาย
อิตาเลียนไทยฯ เดินหน้านิคมทวาย เจรจาดึงกลุ่มนักลงทุนจีนร่วมทุนสร้างถนน 4 เลน-ท่าเรือเพิ่มอีก 3 แห่ง
อิตาเลียนไทยฯ เดินหน้านิคมทวาย เจรจาดึงกลุ่มนักลงทุนจีนร่วมทุนสร้างถนน 4 เลน-ท่าเรือเพิ่มอีก 3 แห่ง
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมียนทวาย อินดัสเทรียล เอสเตท ผู้บริหารโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเจรจากับกลุ่มนักลงทุนจีนในรูปแบบคอนซอร์เตี้ยมในรูปแบบรัฐบาลและเอกชน ซึ่งประกอบด้วย คิง ทริลเลียน (King Trilion) และกิจการรถไฟจีน (China Railway Engineering Corp) เพื่อเข้ามาก่อสร้างสาธารณูปโภคในเฟสแรก พื้นที่ 27 ตร.กม. คือ ถนน 4 เลน ระยะทาง 132 กม. ใช้เงินลงทุน 1.35 หมื่นล้านบาท และท่าเรือเพิ่มอีก 3 แห่ง รองรับน้ำหนักบรรทุกต่อเรือ 1.3 หมื่นตัน ใช้งบลงทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จากเดิมมีอยู่แล้ว 1 ท่า
“คุณเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ไอทีดี) และคู่สัญญากลุ่มธุรกิจร่วมทุนภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศเมียนมาได้เป็นตัวแทนในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่ากลุ่มนักลงทุนจีนให้ความสำคัญกับการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทวายเนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อจากทิศตะวันตกจากเมียนมากระจายไปในหลายภูมิภาค แต่ความร่วมมือดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้นั้น สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเมืองของเมียนมานับจากนี้” นายสมเจตน์ กล่าว
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ได้มีการร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) 3 ฝ่ายระดับรัฐบาล ระหว่าง ไทย-เมียนมา-ญี่ปุ่น และได้เพิ่มพันธมิตรจากจีนเข้ามาจะทำให้การพัฒนาโครงการนี้มีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งการพัฒนาโครงการในระยะแรกจะมีมูลค่าเงินลงทุน 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5.95 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนานิคมเฟสแรกไปแล้ว 466 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 1.5 แสนไร่ และทำการก่อสร้างอาคารพักอาศัย 5 ชั้นของผู้ที่มาทำงานในนิคมหลังแรกเสร็จไปแล้ว 90% ซึ่งจะสามารถเข้าใช้งานในพื้นที่ภายในปลายปี 2559
ขณะนี้ได้มี บริษัท วี.เอส.ไอ ยูเนี่ยนไทย ซึ่งเป็นบริษัทคนไทยรายแรกที่ทำธุรกิจประมงได้เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ในนิคมทวายจำนวน 10 ไร่ ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 30 ล้านบาท สัญญาการเช่าพื้นที่ 75 ปี เนื่องจากนักลงทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าทวายเป็นพิื้นที่ที่มีสัตว์ทะเลชุกชุมกว่าไทยที่เริ่มประสบกับภาวะขาดแคลน และผู้ประกอบการยังได้รับการยกเว้นภาษีเป็นระยะเวลา 7 ปี รวมทั้งอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำอีก 10 ราย







