
แล้งกระทบ42จังหวัด ลุ่มเจ้าพระยาเหลือน้ำ148วัน
เฝ้าระวัง 42 จังหวัดเสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยาเหลือน้ำใช้อีกแค่ 148 วัน
เฝ้าระวัง 42 จังหวัดเสี่ยงขาดน้ำอุปโภคบริโภค 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยาเหลือน้ำใช้อีกแค่ 148 วัน
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กำลังจับตาปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในพื้นที่ 42 จังหวัด โดยศูนย์บูรณาการแก้ไขวิกฤตภัยแล้งระดับชาติมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน และคณะของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในจังหวัดจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคให้ประชาชนทุกพื้นที่
“สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักยังสามารถบริหารจัดการให้เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็ม ได้ตลอดฤดูแล้งจนเข้าสู่ฤดูฝนในเดือน ก.ค. ดังนั้นอย่าวิตกกังวลเรื่องน้ำกินน้ำใช้ แต่ก็ควรใช้อย่างประหยัด มั่นใจว่าฝนมาตามฤดูกาล ที่ผ่านมามีฝนตกแต่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ 10% ถือว่าลดไม่มากเพียงแต่ไปตกท้ายเขื่อนมาจากร่องความกดอากาศเปลี่ยน อีกทั้งความชื้นของป่ามีน้อย ส่วนการทำฝนหลวงคาดว่าจะเริ่มในช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย.นี้ เพราะสภาพอากาศมีความเหมาะสม” นายธีรภัทร กล่าว
ด้าน นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกันมีอยู่ 2,900 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีการระบายน้ำรวมวันละ 17 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสามารถใช้ได้ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. หรืออีกเพียง 148 วันเท่านั้น
ขณะที่ จ.สุโขทัย น้ำในแม่น้ำยมเริ่มแห้งมาตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ทำให้สวนกล้วยตานีพืชเศรษฐกิจของ ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก ซึ่งเกษตรกร 9 หมู่บ้านตัดใบตองขายสร้างรายได้เดือนละกว่า 100 ล้านบาท ยืนต้นตายแล้วกว่า 1,500 ไร่ คาดว่าภายในสิ้นเดือน มี.ค. แม่น้ำยมคงแห้งขอด ใบกล้วยแห้ง และต้นกล้วยตาย ถือเป็นภัยแล้งที่รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี







