posttoday
แวดวงสงฆ์

แวดวงสงฆ์

06 มีนาคม 2559

ภันเต โยม ว้าเหว่ อึดอัด

โดย...สมาน สุดโต

ภันเต โยม ว้าเหว่ อึดอัด

สถานการณ์ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ในขณะนี้ อยู่ในสภาพน่าวิตก ชาวพุทธรู้สึกว้าเหว่ ในขณะที่พระสงฆ์รู้สึกอึดอัด เหมือนขาดผู้นำ ปัญหาที่ว่านี้เกิดจากสนิมกัดกินเนื้อเหล็ก มอดกัดกินเนื้อไม้ สำนักงานพุทธฯ ไม่ทำหน้าที่

การรุกฆาตที่ฝ่ายตรงข้ามดำเนินการกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นกระบวนการและยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าสัมฤทธิผลไว้แล้ว เริ่มจากการกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ว่าละเลยที่ไม่สนองพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช เมื่อ พ.ศ. 2542 ที่ให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก ตามมาด้วยการครอบครองรถยนต์ เบนซ์ เลขทะเบียน ขม 99 ที่ DSI ตรวจแล้วประกาศว่าผิดกฎหมายหลายขั้นตอน

เรื่องที่เป็นข่าว ทำให้เห็นว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของคณะสงฆ์ ถูกฝ่ายตรงข้ามเปิดแผลใหญ่แล้วนำมาขึงพืด เป็นยุทธศาสตร์ที่คณะสงฆ์คาดไม่ถึง

เมื่อมาดูการตั้งรับของคณะสงฆ์ ยิ่งเศร้าใจมากขึ้น เพราะทำอะไรไม่ได้ รวมตัวกันก็ไม่ได้ กลัวว่าต้องไปโปรดสัตว์ในคุก จึงทำได้แค่ขึงผ้าหน้าวัดว่าสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แต่ก็ต้องปลดลงในเวลารวดเร็ว เพราะพระพรหมโมลี (สุชาติ) ในฐานะคณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แจ้งเจ้าคณะหนใหญ่ต่างๆ ให้สั่งวัดในสังกัดเอาป้ายเชียร์ลง เพราะไม่ต้องการขัดแย้งกับรัฐบาล

ข่าวล่าสุด ยิ่งสร้างความวังเวงให้คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนยิ่งขึ้น เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีวินิจฉัยว่ากระบวนการที่มหาเถรสมาคม (มส.) จัดประชุม แล้วมีมติเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 5 ม.ค.นั้น ผิดขั้นตอน เพราะอำนาจในการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์ให้ มส.เห็นชอบ เป็นของนายกรัฐมนตรี แล้วจึงนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อการสถาปนาต่อไป

ประเด็นในเรื่องนี้ คือ ถ้า มส.หรือนายกรัฐมนตรี ยอมรับวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชต้องเริ่มกระบวนการใหม่ เข้าทางฝ่ายต่อต้าน ส่วนคณะสงฆ์ก็ต้องจับตาว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกเกมช้าหรือเร็ว ในเมื่ออำนาจอยู่ในมือท่านแล้ว

ถ้าดึงเกมช้า ก็เข้าทางฝ่ายต่อต้าน ถ้าจัดการเร็ว ไม่ชักช้า และเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย ก็ถูกใจคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน

เป็นเกมทายใจนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะเลือกอะไร เลือกคณะสงฆ์ทั้งประเทศ หรือเลือกพระรูปเดียว ฆราวาสหนึ่งกลุ่ม

อีกเรื่องที่ผู้คนข้องใจ คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่มี พนม ศรศิลป์ เป็นผู้อำนวยการ ที่เข้าเกียร์ว่าง ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ คือ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม ควรทำงานเพื่อช่วยปกป้องว่าที่สมเด็จพระสังฆราชและคณะสงฆ์ โดยนำมาตรา 44 และ 45 ใน พ.ร.บ.สงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 มาใช้ เพื่อปรามใครก็ตาม ที่หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และใครที่ใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่น อันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พศ.ไม่ทำอะไรเลย แม้กระทั่งเฉลยข้อเท็จจริงเรื่องพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ปี 2542 ที่มี 5-6 ฉบับนั้น ว่าจริงๆ แล้วเป็นความรับผิดชอบของใคร คือ ผู้ที่เป็นประธาน มส.ในสมัยนั้นใช่หรือไม่ และ พศ.ควรบอกพวกที่กล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ว่าไม่สนองพระลิขิตนั้นว่าไม่จริง เพราะ มส.สนองมาตลอด ดังมติที่ 193/2552 วันที่ 10 พ.ค. 2552 ว่ามหาเถรสมาคมมีมติสนองพระดำริมาโดยตลอด แต่ให้ชอบด้วยกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม ชัดไหม

ส่วนรถ ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นผู้ครอบครองนั้น หากคิดตามความเป็นจริงว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อายุ 91 ปี ยังคิดเล่นของแบบนี้หรือ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ที่มันเกิดขึ้นเพราะผู้ศรัทธาหรือลูกศิษย์จับใส่พานมาถวาย จะด้วยจุดประสงค์อะไรก็แล้วแต่ หารู้ไม่ว่านั่นคือ เขฬาสกวาท น้ำลายที่พระอรหันต์บ้วนทิ้ง ส่วนปุถุชนกลับเก็บเอามากลืนกิน จึงกลายเป็นแผลให้ฝ่ายตรงข้าม นำมาขยี้ให้ปวดแสบปวดร้อน กระเทือนความรู้สึกโยมทั้งหลายมิใช่น้อยเลย

ทั้งหมดนี้ คือที่มาของความว้าเหว่ อึดอัด ของโยม ครับ พระคุณเจ้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท