
พท.ชี้รบ.มาร์คสร้างหนี้ต่อหัว7หมื่นบาท
เพื่อไทย จวกรัฐบาลอภิสิทธิ์ สร้างหนี้ให้ประชาชน เฉลี่ยหัวละ 7 หมื่นบาท ชี้คอรัปชั่นโครงการชุมชนพอเพียง ต่างจากรัฐบาลทักษิณ ฟุ้งหากเป็นรัฐบาลพร้อมชูนโยบายปลดหนี้ ปราบปรามยาเสพติด ส่งเด็กเรียนฟรีปีละล้านทุน
เพื่อไทย จวกรัฐบาลอภิสิทธิ์ สร้างหนี้ให้ประชาชน เฉลี่ยหัวละ 7 หมื่นบาท ชี้คอรัปชั่นโครงการชุมชนพอเพียง ต่างจากรัฐบาลทักษิณ ฟุ้งหากเป็นรัฐบาลพร้อมชูนโยบายปลดหนี้ ปราบปรามยาเสพติด ส่งเด็กเรียนฟรีปีละล้านทุน
เมื่อเวลา14.00น.พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมพบปะประชาชนภาคเหนือ ณ ตลาดนัดจตุจักร อ.เมือง จ.ลำพูน โดยวันนี้พรรคได้จัดเวทีเสวนาการเมืองเรื่อง “ปัญหาหนี้สินของรัฐและหนี้สินประชาชน” โดยมีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมช.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลส.ส.เชียงใหม่ และนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทยร่วมเสวนา มีประชาชนเข้าร่วมฟังประมาณ 500 คน
นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้ประเทศมีหนี้ทั้งสิ้น 4.2 ล้านล้านบาท เฉพาะรัฐบาลนี้สร้างหนี้จนถึงสิ้นปีนี้ 1.3 ล้านล้านบาท ประชาชนเป็นหนี้คนละ 7 หมื่นบาท รัฐบาลนี้เป็นขุนนางอำมาตย์ ชอบให้ทานประชาชน โดยไม่ให้คนคิดและยังมีการคอรัปชั่น เช่น โครงการชุมชนพอเพียง ต่างจากรัฐบาลทักษิณ ไม่มีการคอรัปชั่นไม่ว่านโยบายเอสเอ็มแอล 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาลจะมีนโยบาย 1.แก้ปัญหาหนี้ ใครมีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท ก็จะจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 5 ปี 2.จะเดินหน้าปราบยาเสพติด 3. เอาหวยใต้ดินขึ้นมาไว้บนดิน และส่งเด็กนักเรียนปีละ 1 ล้านทุน
“รัฐบาลอำมาตย์เห็นประชาชนเป็นคนใช้ในบ้าน เห็นประชาชนเป็นทาส โกงค่าจ้างแล้วยังยิงคนที่มาเรียกร้องจนเสียชีวิต รัฐบาลนี้ปากบอกจะสร้างความสมานฉันท์ แต่กลับไม่พูดเรื่องคนตาย จุดใหญ่วันนี้มีเพียงพรรคเดียวที่เป็นพรรคของประชาชน ที่เหลือเป็นพรรคอันธพาล เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น ต้องจ่ายกัน 20-30% เป็นพวกมาเฟีย โกง ปัญหาวิกฤตการเมืองวันนี้เป็นผลจากเรากำลังเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากระบบศักดินาที่ดำเนินมา 700 ปี สู่ประชาธิปไตยที่ต้องฟังความเห็นประชาชน ซึ่งถ้าดูที่ญี่ปุ่นแก่อนก็มีระบบโชกุน ขุนนาง ในที่สุดก็ต้องยกเลิก หรือ ในยุโรปวันนี้ได้ยกเลิกระบบ ไม่มีชนชั้นสูง ชนชนต่ำแล้ว ทุกคนเท่ากันหมด ประเทศไทยที่สุดก็ต้องเปลี่ยนไปสู่ระบบประชาธิปไตยที่ผู้นำประเทศต้องฟังเสียงประชาชน แต่เชื่อว่า เขาจะไม่ยอมให้เกิดการเลือกตั้งแน่” นายสุชาติ กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลนี้กู้เงินมาโกง พอกู้มากๆก็จะไม่มีเงินจ่าย จากนั้นก็จะขึ้นภาษีสร้างภาระให้ประชาชน ซึ่งถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถกู้เงินมาชำระหนี้ได้ เพราะขณะนี้ประเทศกำลังมีหนี้เกิน 50% ซึ่งขัดกกับกฎของธนาคารโลกที่ห้ามประเทศที่มีหนี้เกิน 50% ไปกู้เงินเพิ่ม สำหรับรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลนี้ประกาศไว้ เป็นเรื่องเพ้อฝัน เพราะต้องมีฐานภาษีเกิน 50 % แต่ขณะนี้เรามีฐานภาษีแค่ 17%
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลกู้เงินมาโกง เอาไปทำเรื่องอีลุ่ยฉุยแฉก งบไทยเข้มแข็งก็ไม่ได้กระจายมาที่ภาคเหนือที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่เอาไปให้จ.บุรีรัมย์ เท่านั้น และการโกงก็ไม่ใช่ 10-20% แล้ว แต่เป็น 40% ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ตนจะเสนอให้หลังเคารพธงชาติจะให้เด็กนักเรียนท่องว่า รัฐบาลชวนสร้างหนี้ 1.1 แสนล้านบาท ทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์สร้างหนี้ 1.5 ล้านล้านบาท และทำให้เราต้องจ่ายหนี้ 9 หมื่นล้านบาทต่อปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ตลาดนัดจตุจักรนั้น ได้มีการตั้งเวทีและจัดเก้าอี้ไว้ให้ประชาชนมาร่วมงาน ทั้งนี้มีการจัดนิทรรศการเจ็ดวันเจ็ดความเจ็บปวด หลังจากที่พรรคจัดขึ้นไปแล้วที่กทม.แต่ครั้งนี้จะนำนิทรรศการตระเวณไปทั่วประเทศ รวมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าของคนเสื้อแดงหลายร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ได้จัดพิธีทำบุญสืบชะตาหลวง ที่วัดสันป่ายางหลวง อ.เมือง จ.ลำพูน โดย ครูบาอินทร อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นพระเกจิที่เคยทำนายไว้ว่าจะมีการเหตุการณ์นองเลือดโดยได้ทักว่าดวงนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ แกนนำ นปช.และคนเสื้อแดงไว้ว่าจะโคนตามไล่ฆ่าด้วย เมื่อ นายจตุพร มีโอกาสรีบเดินทางเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
ทั้งนี้ ได้มีแกนนำ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.นายสงวน พงษ์มณี นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พร้อม ส.ส.ในภาคเหนือหลายคน รวมถึงอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย เช่น นายวราเทพ รัตนากร อดีตกรรมการบริหารพรรค ได้เข้าร่วมพิธีครั้งนี้ด้วย ปรากฎว่ามีประชาชนสนใจเข้าร่วมพิธีประมาณ 400 คน ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าถือเป็นโอกาสดีที่บรรดาแกนนำพรรคได้ร่วมพิธีนี้ซึ่งจะสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา เพิ่มสิริมงคลและบารมีให้ทุกคน ให้แคล้วคลาดปลอดภัย รวมทั้งประสบความสำเร็จในการปฎิบัติหน้าที่การทำงาน
โฆษกพท.ยัน คงพรก.เป็นระเบิดการเมือง ประชดให้ใช้พรก.ทุกฉบับ พท.จะได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
ส่วนเหตุระเบิดที่ห้างคิงส์ เพาวเวอร์ ดิสตี้ฟรี ถนนรางน้ำเมื่อวันที่29ก.ค.ที่ผ่านมาหลังจากเพิ่งเกิดเหตุระเบิดป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริไปเมื่อต้นสัปดาห์นั้น นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอประณามผู้ก่อเหตุสร้างเหตุการณ์นี้ว่าหนักแผ่นดิน ไร้ความรับผิดชอบกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งผลประโยชน์ของชาติ วันนี้ภาพลักษณ์ของไทยป่นปี้ในสายตานานาชาติด้านการลงทุนและท่องเที่ยวไปแล้ว ตรงนี้เป็นการประจานความล้มเหลวอาการบ่มิไก๊และไร้น้ำยาของรัฐบาล ศอฉ.และหน่วยงานความมั่นคงที่ล้างผลาญภาษีจากการใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฉบับนี้ เพราะจาการบูรณาการ หน่วยงานต่างๆทำงานแบบต่างคนต่างทำ ผลเสียจึงตกกับประชาชนและประเทศ เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายรวมทั้งเสียชีวิตด้วย
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคมองว่าเป็นระเบิดการเมืองลูกที่สองที่สร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกทม. ปริมณฑลและอีกสิบจังหวัดท่ามกลางแรงกดดันของทุกฝ่ายในสังคมที่เรียกร้องรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉบับนี้ พรรคตรวจสอบเชิงลึกพบว่า น่าจะเป็นขบวนการที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ระเบิดลูกนี้น่าจะเชื่อมโยงจากระเบิดที่ป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ ของกลุ่มคนมีสีที่สนับสนุนรัฐบาลนี้และต้องการให้บ้านเมืองปกครองอยู่ใต้พ.ร.ก.ฉบับนี้ต่อไปเพื่อสร้างอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้รัฐบาล
นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เชื่อมั่นว่าไม่เกี่ยวกับนปช.และเสื้อแดงอย่างแน่นอน ใครๆ ก็มองออก เพราะช่วงที่ผ่านมารัฐบาลโดนกระแสบีบจากทุกฝ่ายให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉบับนี้ ดังนั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้คงพ.ร.ก.ฉบับนี้และคิดว่าน่าจะมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่ทราบว่าจุดใดบ้าง วันนี้เห็นชัดแล้วว่ารัฐบาลนี้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้ ทำลายประเทศ และไม่คำนึงถึงประวัติศาสตร์ของพรรค60ปีที่สร้างมา อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ เปรียบเหมือนกระบองยักษ์ที่กดทุกอย่างเอาไว้ แต่คงใช้ได้ไม่นาน หากยกเลิก พ.ร.ก.ฉบับนี้เมื่อใดแล้วจะรู้สึก ถ้ารัฐบาลมั่นใจในการใช้พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็ขอให้ประกาศใช้ทั่วประเทศ หากเป็นแบบนั้นแล้วเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวแน่นอน







