posttoday
เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน

เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน

05 มีนาคม 2559

ผมรู้ว่าวราพิณเข้ากับครอบครัวของผมได้ดี แต่เป็นเพียงการเข้ากันแบบลูกบ้านกับเจ้าของบ้านเท่านั้น

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ผมรู้ว่าวราพิณเข้ากับครอบครัวของผมได้ดี แต่เป็นเพียงการเข้ากันแบบลูกบ้านกับเจ้าของบ้านเท่านั้น ไม่ใช่อย่างที่ผมอยากให้เป็น ผมอยากได้เธอมาเป็นภรรยาของผมอีกคน ซึ่งสิ่งที่ผมคิดนี้ ค่อนข้างเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาระหว่างผมกับชิวบ๊วย

โบราณกล่าวว่า “เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร” ใช้ได้กับทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าไทย จีน ฝรั่ง นิสัยผู้หญิงมักจะรักและหวงสามีจนเปรียบสามีเสมือนของมีค่า หากต้องเสียทองเพื่อแลกกับสามีก็ยอม แต่ไม่มีวันยอมเสียสามีให้ใคร

ผมค่อนข้างหนักใจที่จะพูดกับชิวบ๊วยให้ยินยอม รับวราพิณมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะผมไม่ได้ต้องการแค่ให้เธอมาช่วยทำงานแบ่งเบาภาระของชิวบ๊วย แต่ต้องการแต่งงานอยู่กินกับเธอฉันสามีภรรยา ยกย่องเธอในฐานะภรรยาอีกคนหนึ่งของผม ซึ่งเรื่องอย่างนี้ต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายชิวบ๊วยและวราพิณ แม้จะต้องเสี่ยง แต่ผมมองไม่เห็นทางอื่น จึงตัดสินใจเจรจาอย่างตรงไปตรงมากับชิวบ๊วย

“ทุกวันนี้ลื้อต้องทำงานหนัก อั๊วสงสารลื้อ อยากหาคนมาช่วย ลื้อจะว่ายังไงถ้าอั๊วจะแต่งงานกับวราพิณ แล้วให้อีมาอยู่ที่นี่กับเรา มาเป็นครอบครัวเดียวกัน อีจะได้มาช่วยงานในบ้าน แบ่งเบาภาระของลื้อ”

พอพูดจบผมรู้สึกเหมือนยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก ก่อนหน้าจะเอ่ยปากผมตั้งท่าอยู่นาน คิดว่าจะพูดดีไหม พูดแล้วบ้านจะลุกเป็นไฟหรือไม่ ชิวบ๊วยต้องไม่ยอม แล้วต้องโวยวาย ด่าผมแน่ๆ แต่ถึงกลัวคำตอบจะออกมาแบบนั้น ผมก็ไม่หวั่น คิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องพูดจาเกลี้ยกล่อมให้ยินยอมให้ได้

แต่ปรากฏว่า คำพูดของผมทำให้ชิวบ๊วยถึงกับนิ่งอึ้ง เป็นใบ้พูดไม่ออกไปเลย ผิดจากที่ผมคาดไว้ เพราะปกติถ้าพูดอะไรที่ไม่ถูกต้อง และไม่ชอบใจ เธอจะโวยวายสวนมาทันที แต่คราวนี้เธอนั่งเงียบ สีหน้าเย็นชาทำเอาผมใจแป้ว เดาไม่ออกว่าเธอคิดอะไร ผมมองหน้าเธอด้วยความฉงน ก่อนสวมกอดเธอไว้

“ชิวบ๊วยโกรธอั๊วหรือเปล่า...อั๊วขอโทษที่ทำให้ลื้อไม่พอใจ แต่อั๊วอยากให้ลื้อเข้าใจ ทุกอย่างที่คิดก็เพราะอั๊วรักลื้อ ไม่อยากเห็นลื้อลำบาก ทั้งทำงาน ทั้งเลี้ยงลูก ลื้อทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี อั๊วเสียอีกที่รู้สึกผิดเลี้ยงดูลื้อไม่ดี ทำให้ลื้อต้องมีชีวิตลำบาก ถ้าอั๊วไม่คิด ไม่ดิ้นรน อั๊วก็เหมือนคนเลว เป็นสามีที่ใช้ไม่ได้ ที่คิดจะแต่งงานอีกครั้งก็เพราะสงสารลื้อ”

ชิวบ๊วยมองผม “แน่ใจหรือว่าคิดอย่างนั้น”

“ลื้อน่าจะรู้นะว่าอั๊วไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ไม่เคยคิดนอกใจลื้อ แต่ที่คิดแบบนี้ก็เพราะต้องการช่วยลื้อ มันอาจฟังดูไม่ค่อยดี แต่อั๊วอยากให้ลื้อคิดทุกอย่างด้วยเหตุผล และความจำเป็น วราพิณจะช่วยลื้อทำงาน ช่วยเลี้ยงลูก และช่วยขับรถดูแลกิจการ เด็กคนนี้ลื้อก็เห็นเขามาตั้งแต่เด็ก นิสัยใจคอก็ดีเข้ากับครอบครัวของเราได้ อีจะช่วยเราได้มาก”

ชิวบ๊วยหน้าเศร้า ผมเห็นแล้วรู้ได้ว่าเธอไม่สบายใจ

“ลื้อไม่ต้องกลัวนะ ว่าอั๊วจะไม่รักลื้อ ไม่รักลูก ถึงแม้จะมีวราพิณเข้ามา ก็ไม่ทำให้อั๊วรักลื้อน้อยลง อั๊วยังรักลื้อรักลูกเหมือนเดิม”

ผมยืนยันหนักแน่น สีหน้าของชิวบ๊วยเริ่มอ่อนลงแววตาครุ่นคิด สุดท้ายชิวบ๊วยก็คล้อยตามผม ยอมให้ผมแต่งงานกับวราพิณ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นความโชคดีของผมก็ว่าได้ ที่มีภรรยาใจกว้าง มีเหตุมีผล ผมไม่ขอให้ผู้ชายคนอื่นทำแบบเดียวกัน เพราะอาจได้รับผลที่แตกต่างกัน ซึ่งจะดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับปัจจัยและความจำเป็นหลายอย่าง

ความสำเร็จจากการเจรจากับชิวบ๊วย ไม่ถือว่าเรื่องจบ หากแต่เป็นเพียงการเริ่มต้น เพราะผมยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ นั่นคือ การเจรจาให้วราพิณยอมแต่งงานด้วย

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ