
มท.สั่ง62จังหวัดเกาะติดแล้ง
มท.ขีดเส้น 62 จังหวัด รายงานภัยแล้งภายใน 7 วัน หวังได้ข้อมูลเชิงลึกช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วถึง
มท.ขีดเส้น 62 จังหวัด รายงานภัยแล้งภายใน 7 วัน หวังได้ข้อมูลเชิงลึกช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วถึง
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งทวีความรุนแรงและขยายพื้นที่มากยิ่งขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเพราะขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและอาจต่อเนื่องไปถึงเดือน พ.ค. รัฐบาลได้ตระหนักเล็งเห็นความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นโดยจำเป็นต้องเตรียมการเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ตรงกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อน รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ มท.ประเมินสถานการณ์ปัญหาน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคถึงระดับครัวเรือนที่อาจได้รับผลกระทบไปจนถึงเดือน พ.ค.ในพื้นที่ 62 จังหวัด ยกเว้น 14 จังหวัดภาคใต้
นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า มท.ได้กำหนดแนวทางในการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำอุปโภคบริโภคเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยให้จังหวัดแจ้งทุกอำเภอดำเนินการสำรวจข้อมูลในพื้นที่ลงลึกถึงระดับครัวเรือน หมู่บ้าน ตำบล โดยใช้กลไกของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลของแต่ละหมู่บ้านให้ถูกต้องครบถ้วน
ทั้งนี้ ให้มีการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ทุกภาคส่วนอื่นๆ ในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลตั้งแต่จำนวนประชากร ข้อมูลน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค สภาพพื้นที่หมู่บ้านว่าตั้งอยู่ในเขต หรือนอกเขตชลประทาน รวมถึงข้อมูลการใช้น้ำประปาทั้งประปาภูมิภาค ประปาท้องถิ่น หรือประปาอื่นๆ จำนวนแหล่งน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง บ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ และคาดการณ์การขาดน้ำอุปโภคบริโภคว่าจะเพียงพอถึงเดือน พ.ค.นี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทางจังหวัดดำเนินการรวบรวมข้อมูลรายงานมายัง มท.ภายในวันที่ 7 มี.ค.นี้ เพื่อจะได้นำข้อมูลสถานการณ์ภัยแล้งทั้งหมดมาบูรณาการเชื่อมโยงเข้ากับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบองค์รวม เพื่อนำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการ ตลอดทั้งเตรียมการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงต่อไป
“ภัยแล้งในปีนี้คาดว่าจะแล้งนานกว่าทุกปี ทาง มท.ได้มีการติดตามสถานการณ์และดูแลพี่น้องประชาชนเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด ดังนั้นต้องขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำในทุกกรณี สำหรับในภาคการเกษตรขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐ ทั้งในเรื่องการจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูก และการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยซึ่งได้มีมาตรการต่างๆ ลงไปเพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรมาแล้วอย่างต่อเนื่อง” นายกฤษฎา กล่าว







