
จี้รัฐคิดใหม่ทำใหม่
ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลงเรื่อยๆ มูลค่าการส่งออกติดลบมากขึ้น กำลังซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชนไม่มาตามนัด ตอนนี้หวังได้เพียงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่รายได้ที่เกิดขึ้นก็ไม่เข้าประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ควรจะเป็น
ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลงเรื่อยๆ มูลค่าการส่งออกติดลบมากขึ้น กำลังซื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชนไม่มาตามนัด ตอนนี้หวังได้เพียงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่รายได้ที่เกิดขึ้นก็ไม่เข้าประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ควรจะเป็น
ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามา แม้ว่ารัฐบาลพยายามดิ้นที่จะออกมาตรการมาช่วยเหลือทั้งในภาพรวมและผู้ได้รับความเดือดร้อนในแต่ละกลุ่ม ขณะเดียวกันยังให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะภาษี เข้ามาดึงดูดให้เร่งเกิดการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าเม็ดเงินลงทุนยังไม่ออกมา ทั้งๆ ที่การผลิตถึงเวลาต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่แล้วก็ตาม แต่ไม่ต้องรีบร้อน เพราะยังไม่เห็นสัญญาณกำลังซื้อฟื้นตัวขึ้นเลย
ด้านการส่งออกก็ติดลบมากยิ่งขึ้น ในเดือน ม.ค. 2559 มีมูลค่า 15,711 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบถึง 8.91% ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และมีอัตราขยายตัวต่ำสุดในรอบ 4 ปี 2 เดือน จะโทษว่าสาเหตุสำคัญมาจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำก็ฟังไม่ขึ้นเสียทีเดียว ต้องยอมรับว่าปัจจัยสำคัญมาจากแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้องต่างคนต่างทำงาน ทำให้ไม่เกิดพลังผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน และราคาสินค้าโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกษตรตกต่ำ แต่สินค้าหลายประเภทมีปริมาณการส่งออกลดลง สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนสู้ไม่ได้
แต่ปัญหามีไว้แก้ รัฐบาลอย่าเพิ่งท้อแท้และยังต้องเร่งมือช่วยกันทำงาน ก่อนที่มูลค่าการส่งออกรวมทั้งปีจะโตติดลบเหมือนอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปี มิเช่นนั้นแล้วเศรษฐกิจไทยจะเติบโตน้อยมาก จนทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมาก ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลและคนไทยทุกคนคงไม่ต้องการเห็นภาวะการตกงานเกิดขึ้น เหมือนกับหลายอุตสาหกรรมของประเทศจีน
เราเชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถกอบกู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยไว้ได้ หากปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและวิธีคิดใหม่ ถ้ามัวแต่แก้ไขปัญหาตามแนวทางเดิมเหมือนในภาวะปกติแล้ว คงจะไม่สามารถพลิกฟื้นการส่งออกหรือกำลังซื้อได้ง่ายๆ
ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ฉกฉวยโอกาสจากภาวะวิกฤตราคาน้ำมันตกต่ำมาเป็นโอกาสของประเทศไทยมากนัก คงปล่อยให้ราคาดีเซลร่วงลงไปต่ำกว่า 20 บาท/ลิตร แล้วใช้กันเพลินและราคาสินค้าลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งๆ ที่ต้นทุนพลังงานเป็นส่วนใหญ่ของการผลิต การจำหน่ายสินค้า และบริการหลายประเภท แต่กระทรวงพาณิชย์กลับไม่ทำหน้าที่กดดันให้เอกชนลดราคาสินค้าและบริการให้เป็นธรรมแก่ผู้บริโภคเลย มีเพียงค่าเรือด่วนลดลงเพียงไม่กี่บาท คงไม่ทำให้ประชาชนมีเงินเหลือไปจับจ่ายสินค้าอื่นเพิ่มเติม
เราอยากเห็นรัฐบาลมีการทำงานเชิงลึก มีการตรวจสอบต้นทุนที่ลดลงของภาคเอกชน และผลักดันให้ส่งต่อราคาขายสินค้า เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรุดไปประมาณ 50% แล้ว แต่ราคาสินค้ากลับลดลงเพียงเล็กน้อย หรือไม่ลดลงเลย เราเชื่อว่าหากราคาสินค้าถูกลง กำลังซื้อก็จะมีมากขึ้นไปเองตามธรรมชาติ และยังมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการประเภทอื่นเพิ่มขึ้น กำลังซื้อภายในประเทศจะค่อยๆ ดีขึ้นบ้าง
อย่ามัวปล่อยให้กำลังซื้ออยู่ในวังวนของหนี้ครัวเรือนสูงลิ่วและราคาสินค้าไม่ลดลงอีกเลย มิเช่นนั้นเมื่อภัยแล้งเกิดมากขึ้น กำลังซื้อในต่างจังหวัดของภาคเกษตรกรและบางอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำจำนวนมากจะหดหายลงไปอีก ยิ่งทำให้เศรษฐกิจแย่ไปกว่านี้อีก







