
จริยธรรมกับการทุจริต
ในรอบหลายปีมานี้ ดิฉันเจอการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อสารมวลชนและทางเครือข่ายโซเชียลมีเดียในเรื่องการคอร์รัปชั่นแล้ว
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ในรอบหลายปีมานี้ ดิฉันเจอการแสดงความคิดเห็นผ่านทางสื่อสารมวลชนและทางเครือข่ายโซเชียลมีเดียในเรื่องการคอร์รัปชั่นแล้ว ขอบอกว่าดิฉันงงกับหลายๆ เรื่องที่คนรุ่นใหม่คิดกัน อาทิ โกงแล้วแบ่ง โกงแล้วคืน โกงแล้วสารภาพ โกงแล้วขอโทษ ฯลฯ ถ้าเป็นทางสงฆ์ก็เช่น ทำบาปแล้วปลงอาบัติ ไม่ควรจะมีความผิด ไม่มีบาป
ติดตัวแล้ว
ได้ยินแล้วดิฉันต้องถามตัวเองซ้ำๆ ว่า เราแก่เกินไปหรือเปล่า เราหลงยุค เราเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีหรือเปล่า ที่เห็นว่าความคิดของคนรุ่นใหม่แบบนี้ไม่ถูกต้องกับสิ่งที่ดิฉันถูกอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งจากพ่อแม่ และครูบาอาจารย์ ให้ยึดถือศีล 5 และมงคลชีวิต 38 ประการเป็นหลักในการดำรงชีวิต ทำแล้วชีวิตจะเจริญรุ่งเรือง
ตั้งแต่ทำงานมาเกือบ 30 ปี อาชีพสื่อทำให้ดิฉันได้พบคนมากมายหลากหลายประเภทจริงๆ ดิฉันเคยสนทนากับบุคคลท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงในสังคม ขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน ท่านเล่าให้ดิฉันฟังว่า ท่านมีโชคจากการทำงานมากมายวันหนึ่งมีลูกค้ามาหาขอให้หาร่างกฎหมายฉบับหนึ่งที่รัฐบาลจะออกในเร็วๆ นี้ให้หน่อย เพื่อจะดูว่ามีผลกระทบต่อธุรกิจของเขาหรือไม่ แต่โชคเข้าข้างวันรุ่งขึ้นมีลูกค้าอีกรายนำเอาร่างกฎหมายที่หาอยู่นี้มาให้แปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน ท่านก็ว่าโชคดีเลยได้สองจ๊อบ
ดิฉันฟังแล้วก็ทำหน้าแปลกๆ ในใจคิดว่า ไม่ใช่ ผิดแล้ว นี่เป็นเรื่องความลับของลูกค้า เป็นจรรยาบรรณของคนทำงานที่จะไม่นำความลับของคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่ง
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ เจอนักธุรกิจที่เล่นแร่แปรบัญชี เลี่ยงเสียภาษี ทำอย่างไรก็ได้ให้เสียภาษีน้อยที่สุด แล้วคิดว่าใครเสียภาษีตรงไปตรงมา กลายเป็นคนแปลกๆ เศรษฐีเขาก็ใช้ช่องว่างของกฎหมายภาษีกันทั้งนั้น ดิฉันฟังแล้วในใจก็คิดว่า ไม่ใช่ ผิดแล้ว การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของเรา ถ้าคิดเช่นนี้กันทุกคน ประเทศชาติจะนำเงินที่ไหนมาพัฒนาประเทศ มิน่าประเทศเราจึงเจริญช้าเพราะมีนักธุรกิจแบบนี้นี่เอง
ตัวอย่างดีๆ ที่ดิฉันเจอก็มากท่านที่มีจริยธรรมสูงก็มีเยอะ ดิฉันยกตัวอย่างอดีตนายแบงก์ท่านหนึ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ธนาคารที่ตระกูลของท่านเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่เกิดปัญหาเหมือนกัน ท่านสามารถทิ้งให้แบงก์เสียหายไปโดยไม่ใส่ใจเลยก็ได้ เพราะหลายๆ สถาบันการเงินก็เจอปัญหาหนี้เสียจนถูกปิดกิจการ เจ้าของล้มบนฟูกกันไป แต่ท่านไม่ทำเช่นนั้นท่านยอมขายที่ดินจำนวนมากซึ่งเป็นทรัพย์สินของตระกูล เอามาเพิ่มทุนให้ธนาคาร ทั้งที่รู้ว่าในที่สุดแล้วธนาคารก็ไปไม่รอดจะต้องถูกปิดแน่นอน เสียเงินไปหลายพันล้านบาท หลายคนว่าท่านโง่ เพราะสุดท้ายธนาคารที่ต้นตระกูลท่านตั้งขึ้นมาก็ถูกขายให้ต่างชาติ
สำหรับดิฉันท่านเป็นสุภาพบุรุษ ท่านได้ทำทุกอย่างแล้วเพื่อรักษาธนาคารแต่รักษาไว้ไม่ได้ ไม่มีพนักงานคนไหนต่อว่าด่าทอท่าน มีแต่คนร้องไห้แสดงความเห็นใจอย่างมากมาย ท่านไม่ได้ล้มบนฟูก จนถึงทุกวันนี้ท่านก็ยังเป็นที่รักของคนเก่าแก่และอดีตพนักงาน
เรื่องที่ดิฉันเล่ามาเป็นเรื่องจริงที่เจอมากับตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้วิธีคิดของคนในสังคมมีหลากหลายมาก ไม่มีตรรกะใดๆ ใช้อารมณ์ล้วนๆ ไม่ใช้เหตุใช้ผล เอาความพอใจของตัวเป็นที่ตั้ง ใครคิดไม่เหมือนตัวเองผิดหมดซะมาก ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นอันตรายและขัดขวางการพัฒนาประเทศอย่างยิ่ง
ลองมาดูคำว่า ทุจริต ในมุมของกฎหมายกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1) “โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้ความหมายตามพจนานุกรม หมายถึง ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 “ทุจริตต่อหน้าที่” หมายความว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่ง หรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
ตาม พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551 มาตรา 3
“ทุจริตต่อหน้าที่” หมายความว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น “ประพฤติมิชอบ” หมายความว่า ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่มุ่งหมายจะควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินหรือทรัพย์สินของแผ่นดิน
ไม่ใช่เพียงการทุจริตในภาครัฐเท่านั้น การทุจริตภายในบริษัทเอกชนก็มีมากมายหลายแบบ เช่น การติดต่อขายสินค้าให้กับลูกค้าบางครั้งมีเจ้าหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อสินค้ามีการเรียกสินบน ทำให้ผู้ขายสินค้าต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อของลูกค้าเพื่อให้ขายสินค้าได้
เจ้าของกิจการทุจริตเอง เช่น ตั้งบริษัทขึ้นมาทำธุรกิจขายตรงแต่ธุรกิจที่แท้จริงทำแชร์ลูกโซ่ผู้บริหารและพนักงานอาศัยตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์
การรับประโยชน์ที่มิควรได้ เช่น พนักงานฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างมีอำนาจในการจัดซื้อจัดจ้าง รับสินบนจากผู้ขายสินค้า ซึ่งนำเงินมาให้โดยที่ตัวเองไม่ได้ร้องขอที่เรียกว่า กินตามน้ำ หรือแม้แต่การเบิกเงินสวัสดิการที่สูงเกินควรที่บริษัทให้กับผู้บริหารและพนักงาน เช่น ค่าน้ำมันรถ งบรับรองสำหรับผู้บริหารระดับสูง รถประจำตำแหน่งผู้บริหาร เป็นต้น
นี่คือนิยามตามกฎหมายของคำว่าทุจริต ที่ควรจะอ่านให้เข้าใจและเป็นความรู้ติดตัว หลีกเลี่ยงปกป้องตัวเองให้รอดพ้นจากความไม่ดีงามต่างๆ ดิฉันว่าแค่คนไทยยึดถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด ประเทศชาติจะเจริญขึ้นผิดหูผิดตาแน่นอน







