
แล้งสูญรายได้1แสนล.
สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม-อุตสาหกรรมสูงถึง 7 หมื่น-1 แสนล้าน
สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม-อุตสาหกรรมสูงถึง 7 หมื่น-1 แสนล้าน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งกลายเป็นปัจจัยที่มีความกังวลต่อเศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มขึ้น เบื้องต้นประเมินว่าจะทำให้เม็ดเงินจากภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้าและการท่องเที่ยว หายไปจากระบบเศรษฐกิจ 7 หมื่น-1 แสนล้านบาท เฉพาะภาคเกษตรหายไป 5-7 หมื่นล้านบาท จากการทำนาปรัง และอาจรวมถึงการทำนาปีที่จะลดลง
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นเม็ดเงินรวม 2-3 หมื่นล้านบาท เช่น โรงงานแปรรูปมีวัตถุดิบลดลง ส่วนภาคการค้าจะขายเครื่องจักรกลการเกษตร ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์พืชที่ลดลง ขณะที่ท่องเที่ยว น้ำตก และสวนน้ำจะมีรายได้ลดลง
นายธนวรรธน์ ระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งยังทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.ลดลงเป็นเดือนที่ 2 นอกเหนือจากความกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพที่มีเพิ่มมากขึ้น
นายกัมปนาท เพ็ญสุภา รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร วิเคราะห์ผลจากภัยแล้งกระทบต่อรายได้ของภาคเกษตรประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท จากปริมาณผลผลิตที่หายไป และการจ้างงานภาคเกษตรทั้งแรงงานคนและเครื่องจักรกลการเกษตร
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาการเกษตรอาวุโส บริษัท เอ็มดีเอ เวเธอร์ เซอร์วิส กล่าวว่า ปรากฏการณ์ลานินญาที่จะทำให้มีฝนตกหนักในแถบอาเซียน และแห้งแล้งในฝั่งสหรัฐกับอเมริกาใต้ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเริ่มในเดือน ก.ค.นี้ อาจเลื่อนออกไปอีก 2-3 เดือน ซึ่งจะส่งผลต่อการเกษตรในหลายพื้นที่ตามมา
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ตัวเลขคาดการณ์ความเสียหายจากภัยแล้งปีนี้ที่ 1 แสนล้านบาท มากกว่าที่ศูนย์วิจัยฯ คาดไว้ว่าจะเสียหาย 6 หมื่นล้านบาท เท่ากับปีที่แล้ว แต่ยังไม่ปรับคาดการณ์ใหม่ เพราะเชื่อว่าภาครัฐจะมีชุดของมาตรการออกมาบรรเทาความเดือดร้อน และคาดว่าปัญหาภัยแล้งจะคลี่คลายในไตรมาส 3







