posttoday
คุก37ปี4เดือน "มือปืนป็อปคอร์น" ยิงปะทะแยกหลักสี่

คุก37ปี4เดือน "มือปืนป็อปคอร์น" ยิงปะทะแยกหลักสี่

03 มีนาคม 2559

ศาลสั่งจำคุก37ปี4เดือน "มือปืนป็อปคอร์น"คดียิงปะทะแยกหลักสี่ เมื่อปี 57 ทนายเตรียมอุทธรณ์สู้คดี

ศาลสั่งจำคุก37ปี4เดือน  "มือปืนป็อปคอร์น"คดียิงปะทะแยกหลักสี่   เมื่อปี 57 ทนายเตรียมอุทธรณ์สู้คดี

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือท็อป เจ้าของฉายามือปืนป๊อปคอร์น อายุ 24 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ความมั่นคง อันเป็นความผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2557 ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557 นายวิวัฒน์ กับพวก เข้าไปที่แยกหลักสี่ เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในบริเวณศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ส่งผลให้ นางสาวสมบุญ ผู้เสียหายที่ 1นายอะแกว ผู้เสียหายที่ 2 นาย นครินทร์ ผู้เสียหายที่ 3 และนายพยนต์ ผู้เสียหายที่ 4 ได้รับอันตรายสาหัส เเละเป็นเหตุให้นายอะเเกว ผู้เสียหายที่ 2 เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ศาลพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ข้อยุติว่า พระพุทธะอิสระได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมไปที่สำนักงานเขตหลักสี่เพื่อไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งไปยังพื้นที่ต่างๆ และในวันที่ 1 ก.พ. 2557 วันเกิดเหตุ มีกลุ่มคนรวมตัวกันที่วัดหลักสี่เพื่อเดินทางนำบัตรเลือกตั้งโดยมีรถบรรทุกเครื่องเสียงนำขบวนแต่มีตำรวจกั้นไม่ให้เดินทางไปเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับกลุ่มพระพุทธะอิสระที่บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 กลุ่มดังกล่าวจึงถอยไปและมีบางส่วนอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์

ต่อมามีกลุ่มกปปส.ลาดพร้าว ได้เดินทางมาสนับสนุน กลุ่มพระพุทธะอิสระ โดยมีกลุ่มบุคคลปิดบังใบหน้า และมีกลุ่มบุคคลใช้ปืนที่อยู่ในกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง

ซึ่งโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานเบิกความ ว่าได้ทำการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพที่ปรากฎจากสื่อทางอินเตอร์เน็ตพร้อมนำมาเปรียบเทียบกับตัวจำเลย พบว่ามีรูปร่างเหมือนกัน โดยพบว่าจำเลยเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดจึงนำภาพถ่ายที่ชายชุดดำปิดบังใบหน้ามาเปรียบเทียบภาพจำเลยที่ไม่ได้ปิดบังใบหน้าแล้ว พบว่า มีการแต่งกายตรงกัน อาทิ เสื้อ เสื้อเกราะ กางเกง รองเท้า และ เข็มขัด พร้อมนำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็เบิกความยืนยันว่าเป็นภาพถ่ายของจำเลยจริง จึงสนับสนุนคำเบิกความของพยานให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากส่วนที่จำเลยอ้างว่าถูกข่มขู่นั้น ก็ไม่มีการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาแต่มานำสืบในชั้นพิจารณาคดี จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับชายชุดดำที่ก่อเหตุ

และเมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและในชั้นสอบสวน ได้ความว่า วันเกิดเหตุจำเลยและพรรคพวกได้ใช้ปืนยิงโต้ตอบกับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่หน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ซึ่งถุงที่ใช้ใส่ปืนยังเห็นปลายกระบอกปืนโผล่ออกมาซึ่งมีพยานเบิกความว่าปลายกระบอกดังกล่าวใช้ปลอกลดแสงที่ใช้ยิงในสงครามเวลากลางคืน จึงบ่งชี้ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาฆ่าฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีประชาชนและผู้เสียหายอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย และต่อมานายอะแกว ผู้เสียหายที่ 2 เสียชีวิต

จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ จำคุก 3 ผี และความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จำคุก 3 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน

ภายหลังน.ส.พวงทิพย์ ทนายความ ระบุว่า เตรียมหารือกับทีมทนายความและจำเลย อุทธรณ์ สู้คดี และมีรายงานว่าในวันนี้กลุ่มเพื่อนของจำเลยได้เดินทางเข้าร่วมฟังคำพิพากษากว่า 10 คน ส่วนฝ่ายผู้เสียหายไม่ได้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท