
มองข้ามช็อตลดดอกเบี้ย ความผันผวนยังคงอยู่ต่อไป
ตลาดเงินตลาดทุนกำลังติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญๆ
โดย...แน่งน้อย ชัยรัตนมโนกร
ตลาดเงินตลาดทุนกำลังติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญๆ หลายแห่ง ในเดือน มี.ค. 2559 และมีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะยังไม่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้หรอก หลังจากเห็นตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาแล้ว คงไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยฝืนตลาดโลกขาลงไปได้หรอก แม้ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีขึ้นหลายตัว แต่สุขภาพก็ยังไม่แข็งแรงมากนัก จึงมีโอกาสซวนเซได้ทุกเมื่อ หากโลกเผชิญความปั่นป่วนมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันเริ่มมีเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เฟดคงจะขึ้นดอกเบี้ยลำบากขึ้น หากจะขึ้นก็คงทำได้เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น แต่บางคนกล้าฟันธงว่าคงหมดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีกแล้วในปีนี้ หลังจากมีมติปรับขึ้นไป 0.25% เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะปรับขึ้นถึง 4 ครั้ง ภายในปี 2559 คงเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มแย่ลงไปเรื่อยๆ เห็นได้จากตัวเลขส่งออกติดลบในหลายประเทศ และยังมองไม่เห็นสัญญาณกระเตื้องขึ้นเลย
ส่วนการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ใช้ดอกเบี้ยติดลบ 0.30% ในปัจจุบัน และธนาคารกลางในกลุ่มอีกหลายแห่งได้กดดอกเบี้ยติดลบมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ธนาคารกลางของสวีเดน ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ติดลบ 0.70% ซึ่งการประชุมรอบนี้มีความเป็นไปได้ทั้งสองทาง คือ ปรับลดดอกเบี้ยลงอีกรอบ หรือไม่เปลี่ยนแปลง แต่ไม่ว่าจะออกมาทางไหน ดูเหมือนว่าตลาดให้ความสำคัญน้อยกว่าดอกเบี้ยของญี่ปุ่น
เมื่อเดือน ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เซอร์ไพรส์ตลาด ประกาศใช้ดอกเบี้ยติดลบ 0.1% สำหรับเงินของธนาคารพาณิชย์ที่มาฝากไว้กับธนาคารกลาง แม้ขณะนี้บีโอเจยังมีช่องวางในการปรับลดดอกเบี้ยลงได้อีก แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ เนื่องจากว่าเพิ่งประกาศใช้ดอกเบี้ยติดลบ คงจะต้องรอเวลาให้เกิดผลว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน และธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยกู้มากขึ้นหรือไม่ หรืออาจจะมีผลกระทบข้างเคียงเกิดขึ้นก็เป็นไปได้สูง
ดูเหมือนว่าดอกเบี้ยติดลบไม่ได้ช่วยมากนัก ตัวเลขสำคัญยังกระเตื้องขึ้นไม่เพียงพอ การใช้จ่ายของผู้บริโภคญี่ปุ่นลดลง 5 เดือนติดต่อกัน โดยในเดือน ม.ค. ลดลง 3.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากร่วงลง 4.4% ในเดือน ธ.ค. 2558 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปียังคงติดลบลง จึงมีความเป็นไปได้ที่บีโอเจคงจะต้องทำคิวอีเพิ่มขึ้น
ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บีโอเจไม่มีแผนปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้นก่อนเวลาที่กำหนดไว้ และนโยบายของบีโอเจเป็นไปในลักษณะเดียวกับธนาคารกลางยุโรป ที่มีจุดประสงค์ในการสร้างเสถียรภาพต่อราคา และจะช่วยให้อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวอย่างมีเสถียรภาพ
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเดือน มี.ค. ก็คงจะยืนดอกเบี้ยไว้ที่เดิม 1.25% แม้ยังมีช่องว่างให้ลดดอกเบี้ยลงได้อีก แต่ก็ไม่ต้องรีบตัดสินใจในรอบนี้ เตรียมกระสุนไว้ใช้ยามจำเป็นมากกว่านี้ดีกว่า
ไม่ว่าธนาคารกลางแห่งใดจะลดหรือไม่ลดดอกเบี้ยลงอีก ตลาดได้คาดการณ์ไปล่วงหน้าแล้ว หากเป็นไปตามคาดการณ์ ก็ไม่น่าสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายรอบใหม่ และดูเหมือนว่าการแข่งกันลดดอกเบี้ยจนติดลบแล้ว ก็ยัง “เอาไม่อยู่” และเป็นที่ยอมรับกันแล้ว ดังนั้นในที่ประชุม จี20 จึงมีมติเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกใช้นโยบายการคลังและการปฏิรูปเศรษฐกิจผสมนโยบายการเงินด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกประเทศ เช่น ในยุโรปมีการใช้นโยบายการเงินร่วมกัน แต่นโยบายการคลังต่างคนต่างทำ และกติกาที่วางไว้ร่วมกันก็ไม่ได้ถือปฏิบัติกันตามข้อตกลง
สถานการณ์สภาพคล่องท่วมโลกที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทำให้การเกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกใจที่เห็นราคาน้ำมันดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดีขึ้น เงินก็พร้อมกระโจนเข้าตลาดหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นแรง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปและเอเชีย แนวโน้มความผันผวนจะเกิดขึ้นกับราคาสินทรัพย์ต่างๆ อีกต่อไป
การลดดอกเบี้ยจนติดลบ เป็นเพียงยาบรรเทาอาการไข้ชั่วคราวเท่านั้น การฟื้นฟูเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาค ยังจะต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี และคาดการณ์ไม่ได้ว่าปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมจะปะทุขึ้นมาเมื่อไร จีนจะปฏิรูปเศรษฐกิจได้สำเร็จหรือไม่ และระหว่างทางจะเผชิญปัญหาอะไรบ้าง จึงยังมีความเสี่ยงอีกมากมายที่ยังไม่รู้และประมาทไม่ได้เลย!!!







