
ขว้างงูไม่พ้นคอ
การช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการประชานิยมมีมาโดยตลอด แล้วแต่รัฐบาลจะใช้วิธีการใด ในอดีตรัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนผ่านการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งงบประมาณขึ้นมาดำเนินการ เช่น การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ก็จะตั้งงบผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดจะรวมอยู่ในงบประมาณแผ่นดิน และหากปีไหนรัฐบาลหาได้น้อยกว่าที่ใช้จ่ายก็จะต้องทำเป็นงบประมาณขาดดุลเอาไว้
การช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการประชานิยมมีมาโดยตลอด แล้วแต่รัฐบาลจะใช้วิธีการใด ในอดีตรัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนผ่านการช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งงบประมาณขึ้นมาดำเนินการ เช่น การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ก็จะตั้งงบผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดจะรวมอยู่ในงบประมาณแผ่นดิน และหากปีไหนรัฐบาลหาได้น้อยกว่าที่ใช้จ่ายก็จะต้องทำเป็นงบประมาณขาดดุลเอาไว้
อย่างไรก็ดี วิธีการช่วยเหลือประชาชนได้เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ ผ่านทางธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เนื่องจากการทำโครงการต่างๆ ในงบประมาณแผ่นดินในที่สุดแล้วจะถูกนำมาคำนวณเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งประเทศใดมีหนี้สาธารณะสูงประเทศนัั้นก็จะไม่แข็งแรง และนานาชาติขาดความเชื่อมั่นที่จะมาลงทุนหรือทำการค้าด้วย
รูปแบบการทำโครงการช่วยเหลือประชาชนและผู้มีรายได้น้อยต่างๆ เปลี่ยนมาเป็นการใช้เงินนอกงบประมาณในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีโครงการประชานิยมมากมาย ทั้งธนาคารคนจน จำนำข้าว ฯลฯ ซึ่งเงินที่ใช้ไปนี้จะไม่ถูกรวมมาเป็นหนี้ของรัฐบาลในทางบัญชี
อย่างไรก็ดี ถึงจะไม่เป็นหนี้ในบัญชีแต่หนี้ก็คือหนี้ แม้จะไปอยู่ในบัญชีของแบงก์รัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้น 100% ในที่สุดแล้วความเสียหายของแบงก์รัฐ เช่น มีหนี้เสียมาก หรือ เงินกองทุนต่ำกว่ามาตรฐาน กระทรวงการคลังก็จะต้องตั้งงบประมาณมาเพิ่มทุนให้ หรือล้างหนี้ให้ จึงเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอ
ปัจจุบันกระทรวงการคลังให้แบงก์รัฐที่ดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐที่มีการแยกบัญชี (พีเอสเอ) ออกจากธุรกรรมปกติ ณ 30 ก.ย. 2558 ยอดสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่กับแบงก์รัฐมียอดสูงถึง 7.89 แสนล้านบาท เป็นยอดสะสมที่เกิดมาจากนโยบายของหลายรัฐบาล ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ถูกใช้เป็นทางผ่านเงินช่วยเหลือเกษตรกร เป็นเงินกว่า 7 แสนล้านบาท
ในจำนวนนี้กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 1.04 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนหนี้เสียต่อยอดหนี้ทั้งหมด 1.33%
ตัวเลขที่กระทรวงการคลังรายงานว่า สินเชื่อในบัญชีพีเอสเอเป็นภาระทางการคลังที่รัฐบาลจะต้องชดเชยความเสียหายให้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดโครงการ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2558 มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1.33 แสนล้านบาท
การช่วยเกษตรกรและโครงการต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการผ่านแบงก์รัฐไปนั้น ถามว่ามีประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีมากโดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกร ชาวนา คนจนที่ด้อยโอกาส แต่ที่ผ่านมาการดำเนินโครงการของรัฐบาลมักจะมีวาระซ่อนเร้นและการใช้เงินมีการรั่วไหลออกไปกลายเป็นการคอร์รัปชั่นแทรกเข้าไปในโครงการต่างๆ ทั้งที่เป็นโครงการที่ดี อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ บางโครงการก็ใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพทั้งที่เงินของรัฐมีจำกัด ควรจะต้องใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เงินที่รัฐบาลจะต้องชดเชยความเสียหายนี่เป็นเงินที่จะต้องตั้งงบประมาณมาจ่ายชดเชยให้กับแบงก์รัฐที่ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งส่วนนี้เองเป็นภาระที่รัฐบาลหนีไม่ได้และสุดท้ายก็จะต้องใช้เงินภาษีประชาชนมาใช้
อย่างไรก็ดี ความหวังว่านักการเมืองจะมาสร้างความเสียหายให้แบงก์รัฐจำกัดวงลง จากการปรับเปลี่ยนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามากำกับดูแลและตรวจสอบแบงก์รัฐ ซึ่งถือเป็นนโนบายที่ถูกต้องและโปร่งใสที่ควรดำเนินการเช่นนี้







