posttoday
สมคิดตั้งทีมดึงเงินลงทุนเชิงรุก

สมคิดตั้งทีมดึงเงินลงทุนเชิงรุก

03 มีนาคม 2559

“สมคิด” ตั้งอนุกรรมการเร่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต ลั่นเดินหน้าเชิงรุกมาถูกทาง

“สมคิด” ตั้งอนุกรรมการเร่งขับเคลื่อน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต ลั่นเดินหน้าเชิงรุกมาถูกทาง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (S-Curve) ว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงาน 1 ชุด มี
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนของอุตสาหกรรมใหม่ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหาร เกษตรชั้นสูง และชีวภาพ กลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค และกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยทั้ง 4 กลุ่ม มีรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตฯ และผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลและให้คำปรึกษา โดยจะประชุมกันเดือนละครั้ง

นายสมคิด ชี้แจงว่า แผนงานการสนับสนุนการลงทุนหลังจากนี้ไปจะเป็นการดำเนินการเชิงรุก เพื่อช่วยบีโอไอขับเคลื่อนการลงทุน หลังมีสัญญาณว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยในเดือน ม.ค.มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสูงกว่า 20,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2558 และผลจากการโรดโชว์ต่างประเทศ พบว่า หลายอุตสาหกรรมไฮเทคต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

“แม้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านจากค่าแรงที่สูงกว่า แต่มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งเป็นพื้นฐานต่อยอดอุตสาหกรรมอื่นได้เป็นอย่างดี ในภาพรวมไทยยังคงเป็นประเทศเป้าหมายที่นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุน”นายสมคิด กล่าว

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า จากการหารือกับนายฮิรู ฮอนมะ ประธานกรรมการบริษัท นาชิ-ฟูจิโคชิ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2559 ว่า บริษัท นาชิ-ฟูจิโคชิ ตัดสินใจที่จะมาลงทุนตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย จากปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศสิงคโปร์อยู่แล้ว ขณะเดียวกันบริษัท นาชิ-ฟูจิโคชิ ยังอยู่ระหว่างการหาพันธมิตรที่จะเป็นดีลเลอร์ให้กับบริษัทในการขายหุ่นยนต์อัตโนมัติ หากเจรจาสำเร็จทางญี่ปุ่นแจ้งว่า จะดำเนินการจัดตั้งโรงงานผลิตหุ่นยนต์อัตโนมัติในประเทศไทยทันที จากปัจจุบันที่ผลิตตลับลูกปืนสำหรับรถยนต์ในไทยอยู่แล้ว

“การที่ทางบริษัท นาชิ-ฟูจิโคชิ มาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า หมากนี้เริ่มเห็นผลแล้ว นี่คือผลจากการที่เราออกไปโรดโชว์ไปเจอเขาที่ญี่ปุ่น ซึ่งตัวเลขการขอยื่นรับส่งเสริมการลงทุนเดือน ม.ค.ที่ออกมาดี สะท้อนว่าเดินมาถูกทาง” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า ในส่วนตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค.เท่าที่ได้ดูตัวเลข พบว่าไทยยังปรับตัวลดลงน้อยกว่าประเทศอื่นมาก โดยไทยติดลบ 8.9% หากหักราคาน้ำมันออกติดลบ 5% สิงคโปร์ติดลบ 15% ไต้หวันติดลบ 13% เกาหลีใต้ติดลบ 18.8% อินโดนีเซียติดลบ 20.7% จีนติดลบ 11.2% ซึ่งถือว่าน่ากลัวมาก ญี่ปุ่นติดลบ 12.9% ส่วนเวียดนามยังบวก เพราะมีบริษัทซัมซุง ตั้งฐานการผลิตอยู่

ทางด้าน นางอรรชกา กล่าวว่า มอบหมายให้สำนักงานบีโอไอกำหนดกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม 600 บริษัท และนำกลับมาเสนอใหม่ภายใน 1-2 วัน เพื่อให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางเจาะตลาดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท