
ตรังเปลี่ยนสวนยางเป็นสวนกล้วยหอมสร้างกำไรเท่าตัว
ตรัง-อดีตกำนันดังอ.ปะเหลียนเปลี่ยนพื้นที่สวนยาง30ไร่ไปทำสวนกล้วยหอมส่งขายญี่ปุ่นมีรายได้สูงกว่าเท่าตัวแถมยังใช้ระยะเวลาเพาะปลูกน้อยกว่า
ตรัง-อดีตกำนันดังอ.ปะเหลียนเปลี่ยนพื้นที่สวนยาง30ไร่ไปทำสวนกล้วยหอมส่งขายญี่ปุ่นมีรายได้สูงกว่าเท่าตัวแถมยังใช้ระยะเวลาเพาะปลูกน้อยกว่า
นายกิตติศักดิ์ เส็นขาว อดีตกำนันตำบลแหลมสอม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ได้เปลี่ยนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ในบริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลแหลมสอม มาทำการปลูกกล้วยหอม หลังยางพารา พืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ประสบปัญหาราคาตกต่ำ
นายกิตติศักดิ์ ทำการเดินท่อส่งน้ำแบบระบบน้ำหยด เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ และช่วยให้เกิดความสะดวกในการให้น้ำ ขณะที่พื้นที่ว่างระหว่างกล้วยหอม ยังได้ทำการปลูกมะนาวเป็นพืชแซม หรือแบบเกษตรผสมผสาน จนทำให้สวนแห่งนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรทั่วทั้งจังหวัดแม้แต่ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ยังเดินทางไปเยี่ยมชม หลังทราบว่ามีอดีตกำนันยอมทิ้งอาชีพทำสวนยางพารามาปลูกกล้วยหอม
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า การปลูกกล้วยหอมดีกว่าการปลูกยางพารากว่าเท่าตัว เพราะในพื้นที่ 30 ไร่ หากปลูกยางพาราจะมีรายได้ไม่เกินปีละ 3 แสนบาท แต่ถ้าเปลี่ยนมาปลูกกล้วยหอม ซึ่งจะมีราคาเฉลี่ยเครือละ 100 บาท หรือสร้างรายได้ให้ถึงปีละ 6 แสนบาท ยิ่งตอนนี้ตลาดกล้วยหอมเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นสดใสมาก และมีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีออเดอร์หรือยอดการสั่งซื้อเข้ามาถึงเดือนละ 3 หมื่นกิโลกรัม ขณะเดียวกัน การปลูกกล้วยหอมจะใช้เวลาแค่ 9 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้ว ไม่เหมือนกับการปลูกยางพาราที่ต้องใช้เวลานานถึง 7 ปี กว่าให้ผลผลิต นอกจากนั้น การปลูกกล้วยยังเป็นการลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่ายางพารา.







