
นักวิชาการเสนอรัฐขึ้นภาษีน้ำเมาเช่นเดียวกับบุหรี่
นักวิชาการเสนอรัฐ เดินหน้าปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับบุหรี่
นักวิชาการเสนอรัฐ เดินหน้าปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับบุหรี่
เมื่อวันที่2มี.ค.59 รศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ(รยส.) ออกมาระบุว่า การปรับขึ้นภาษีบุหรี่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ลดลง3%และคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายลดลง1พันล้านบาทต่อเดือน ว่า การที่รัฐบาลปรับขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งนี้จะทำให้กรมสรรพสามิตมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละกว่าหมื่นล้านบาท สิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ใครได้ใครเสีย แต่ต้องพิจารณาที่ผู้บริโภคเป็นสำคัญ เพราะนโยบายนี้ช่วยลดการสูบบุหรี่ได้จริง ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งถือว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปกป้องสุขภาพของประชาชน ควรเดินหน้าปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเช่นเดียวกับบุหรี่ เนื่องจากเป็นสินค้าอันตราย สร้างปัญหาด้านสุขภาพ และส่งผลกระทบทางสังคมตามมามากมาย ทั้งอุบัติเหตุ อาชญากรรม และทำให้เยาวชนเสียอนาคตไปมากแล้ว รวมทั้งเป็นต้นทางของสิ่งเสพติดผิดกฎหมายด้วย อีกทั้งรัฐบาลไม่เพียงแต่มีรายได้มากขึ้นจากการเก็บภาษีแต่ยังจะลดรายจ่ายจากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่เป็นโรคจากการบริโภคสุรายาสูบลงไปซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล
“รัฐบาลต้องไม่สนับสนุนสินค้าบาปที่ทำลายคุณภาพชีวิตคนไทย จึงอยากเสนอให้รัฐบาลปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเร่งด่วน เนื่องจากเป็นมาตรการด้านราคาเป็นที่ยอมรับทางวิชาการทั่วโลกว่าเป็นมาตรการที่ดีอันดับต้นๆในการช่วยลดปัญหาจากการดื่มได้ผล โดยเฉพาะนักดื่มหน้าใหม่ และการเพิ่มภาษีก็ทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มนำมาใช้พัฒนาประเทศ หากย้อนดูสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ประเทศไทยมีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นปีละ2.6แสนคน โดยเฉลี่ยดื่มสุราคนละ7-8ลิตรต่อปี ติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ที่น่าตกใจคนไทยเสียชีวิตเพราะเครื่องดื่มชนิดนี้สูงถึง1.8หมื่นคนต่อปีอีกทั้งงานวิจัยจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศพบตรงกันว่า เยาวชนเริ่มต้นดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มข้นต่ำ รสหวาน และมีภาพพจน์ดีจากการโฆษณา ก่อนที่จะกลายเป็นนักดื่มถาวรต่อไป ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโรคยืนยันแล้วว่าสุราเป็นสาเหตุของโรคกว่า200ชนิด รวมถึงอุบัติเหตุ ความรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ”รศ.ดร.พญ.สาวิตรี กล่าว







