
หมอดำ-หมอขาว
เมื่อแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขแต่งชุดดำเพื่อประท้วงการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข แล้วใครจะตอบว่าประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการที่ไม่ได้คุณภาพจะแต่งชุดสีอะไร?
ถ้ายังมีชีวิตอยู่พวกเขาแต่งชุดสีอะไรก็ได้ แต่เสียงเรียกร้องคงแผ่วเบาจนแทบไม่มีคนจะได้ยิน เพราะเพียงแค่คนทั่วไปลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากการรักษาพยาบาล แพทย์ และบุคลากรทางด้านสาธารณสุขซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าในองค์ความรู้และสถานะทางสังคมก็ต้องใช้พลังอย่างมหาศาล แต่ถ้าความบกพร่องเสียหายนั้นรุนแรงถึงขนาดทำให้พวกเขาเสียชีวิต ก็คงมีแต่ญาติพี่น้องเท่านั้นที่จะได้สวมชุดดำ แต่การสวมชุดดำก็คงมี ความหมายแค่ไว้ทุกข์ให้ผู้วายชนม์ ไม่อาจจะประท้วงเรียกหาสิ่งใด มาวางบนตาชั่งอีกข้างหนึ่งแล้วจะมีค่าเสมือนชีวิตที่สูญเสียไปได้
ฝ่ายต่างๆ ร่วมกันยกร่าง พ.ร.บ.นี้ขึ้นมาโดยมีเจตนารมณ์เพื่อเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม โดยตั้งกองทุนเพื่อชดเชยความเสียหาย ขณะเดียวกันก็ปกป้องแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้ต้องไปเผชิญชะตากรรมเอาเองเมื่อเกิดความบกพร่องในการให้การรักษาพยาบาล โดยมีกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้ได้รับความเสียหายและผู้ให้การรักษา
กลไกนี้ยังรวมถึงการกำหนดให้ศาลอาจใช้ดุลพินิจลดโทษและไม่ลงโทษผู้ให้บริการสาธารณสุข ในกรณีที่ถูกฟ้องคดีอาญาข้อหากระทำการโดยประมาท
ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับและผู้ให้บริการสาธารณสุขให้ดีขึ้น แต่น่าเสียดายว่าบุคคลกลุ่มหนึ่งกลับเห็นว่าหากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะทำให้แพทย์เกิดความกดดันในการทำหน้าที่รักษาพยาบาลผู้ป่วย และการที่โรงพยาบาลทุกแห่งต้องส่งเงินสมทบกองทุนชดเชยฯ จะซ้ำเติมภาวะขาดทุนของโรงพยาบาลรัฐ ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเป็นลูกโซ่
ข้อกังขาเหล่านี้ล้วนแต่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ฝ่ายเดียวทั้งสิ้น และไม่มีข้อเสนออื่นใดว่า ถ้าไม่แก้ไขปัญหาด้วยหนทางนี้จะมีข้อเสนออื่นใดที่ดีกว่า
หากจะกล่าวอ้างว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้ประกอบวิชาชีพ ก็ต้องมีคำตอบของปลายทางอีกข้างหนึ่งเช่นกันว่า แล้วแรงกดดันที่ผู้รับบริการต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้จะได้รับการดูแลใส่ใจอย่างไร
สังคมไทยยังให้เกียรติและยกย่องแพทย์และบุคลากรทางด้านสาธารณสุข เพราะเห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพนี้ล้วนแต่ก่อกำเนิดมาจากปฐมบทเดียวกันทั้งหมด คือ เป็นผู้เสียสละเพื่อผู้อื่น ร่างกฎหมายดังกล่าวมิได้ทำลายความสัมพันธ์หรือความรู้สึกนี้ลงเลย ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นหลักประกันให้แต่ละฝ่ายได้มั่นใจว่า หากเกิดปัญหาซึ่งเป็นความบกพร่องโดยสุจริตแล้วต่างจะได้รับความยุติธรรม
ผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และรักษามาตรฐานแห่งวิชาชีพย่อมมิต้องวิตกใดๆ เลย สิ่งที่ควรวิตกคือ เราได้ครองตนอยู่ในวิถีนั้นหรือไม่ต่างหาก







