
สังคมกับกรณีสรยุทธ
แม้ว่าหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกนักเล่าข่าวชื่ออื้อฉาวกับพวกในกรณีเบียดบังเงินค่าโฆษณาเกินเวลาของ อสมท แล้ว จะมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายหลายองค์กรให้นักเล่าข่าวคนดังกล่าวหยุดการออกสู่หน้าจอทีวี แต่ปรากฏว่า นักเล่าข่าวผู้นั้นก็ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
แม้ว่าหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกนักเล่าข่าวชื่ออื้อฉาวกับพวกในกรณีเบียดบังเงินค่าโฆษณาเกินเวลาของ อสมท แล้ว จะมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายหลายองค์กรให้นักเล่าข่าวคนดังกล่าวหยุดการออกสู่หน้าจอทีวี แต่ปรากฏว่า นักเล่าข่าวผู้นั้นก็ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
อาจจะมีคำถามถึงองค์กรสื่อด้วยเห็นว่า นักเล่าข่าวผู้นั้นเป็นสมาชิกคนหนึ่งในแวดวงของสื่อมวลชน แต่บุคคลผู้นั้นก็ได้ประกาศตัวมานานแล้วว่า ไม่ยอมรับมาตรฐานจริยธรรมและจรรยาบรรณขององค์กรสื่อด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกขององค์กรสื่อต่างๆ องค์กรสื่อจึงได้เพียงส่งเสียงเรียกร้องให้นักเล่าข่าวผู้นั้นแสดงความรับผิดชอบด้วยการยุติการทำรายการและปรากฏตัวทางหน้าจอทีวี โดยไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น
แต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งนี้เพราะหากนักเล่าข่าวผู้นั้นมีสำนึกและจริยธรรมอย่างที่ผู้คนเรียกร้อง ก็คงจะไม่ทำการเบียดบังเงินของ อสมท ซึ่งถือเป็นเงินของแผ่นดิน เนื่องจาก อสมท มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
แต่คำถามที่สำคัญกว่าก็คือ สังคมจะมีปฏิกิริยากับกรณีดังกล่าวอย่างไร และธุรกิจต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนรายการดังกล่าว จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
เราพยายามรณรงค์กันว่า อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในสังคม หรือแม้แต่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็มีความพยายามที่จะสร้างกลไกในการสกัดมิให้คนโกงเข้ามาสู่วงจรการบริหารบ้านเมืองได้ กรณีนี้จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่จะพิสูจน์ความจริงใจของสังคมไทย
หากว่าสังคมยังคงเฝ้าติดตามรายการของบุคคลผู้นี้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ยังคงให้ความสำคัญกับนักเล่าข่าวผู้นี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการที่มีผู้คนยกมือกราบไหว้นักการเมืองหรือข้าราชการขี้ฉ้อ คอร์รัปชั่นด้วยความสนิทใจ และคงจะไม่ต้องแปลกใจ หากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนในสังคมแล้วจะมีผู้ตอบว่า สามารถยอมรับนักการเมืองคอร์รัปชั่น ขอเพียงให้นักการเมืองนั้นสามารถบริหารประเทศได้
หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ได้แต่แสดงความเป็นห่วงอนาคตของชาติว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ในเมื่อผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงยินยอมให้คนโกงสามารถมีที่ยืนอันหรูหราในสังคมได้
ขณะเดียวกัน ทางด้านภาคธุรกิจเอกชนที่มีการรณรงค์ต่อต้านการคอร์รัปชั่น จนถึงขั้นมีการจัดการองค์กรต้านโกงอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ก็จะต้องแสดงความจริงใจออกมา
หากว่าภาคธุรกิจที่ให้การสนับสนุนรายการของนักเล่าข่าวผู้นี้ยังคงเห็นแก่ประโยชน์ทางการค้า และให้การสนับสนุนรายการดังกล่าวต่อไปด้วยเหตุผลที่ว่าเรตติ้งดี ก็คงจะป่วยการที่จะทำการรณรงค์ต้านโกงต่อไป เพราะด้วย
ผลประโยชน์ทางการค้าเพียงเล็กน้อย ภาคธุรกิจก็พร้อมจะละเลยเพิกเฉยต่อการฉ้อฉล มันก็สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจเหล่านั้นก็อาจจะพร้อมที่จะติดสินบาทคาดสินบนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตน
ดังนั้น กรณีของสรยุทธ จึงน่าจะเป็นผลพิสูจน์ความจริงใจทางของสังคมทั่วไป และภาคธุรกิจว่าพร้อมที่จะร่วมกันต่อสู้กับคอร์รัปชั่น เพื่อให้ประเทศไทยเราสามารถก้าวไปในอนาคตด้วยความใสสะอาดมากขึ้น เหมือนกับที่พวกเราได้ตั้งความหวังไว้หรือไม่







