posttoday
เศรษฐกิจไทย สลัดส่งออกไม่หลุด

เศรษฐกิจไทย สลัดส่งออกไม่หลุด

01 มีนาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การส่งออกของไทยประเดิมเดือนแรกของปีนี้ คือ ม.ค. 2559 ออกอาการย่ำแย่ ตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศว่า การส่งออกของไทยในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ติดลบ 8.9% หดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก ทั้งในแง่ของราคาและปริมาณ และยังตัวติดลบมากที่สุดในรอบ 4 ปีอีกด้วย

ที่หนักกว่านั้น คือ การหดตัวของมูลค่าการส่งออกยังมากกว่าที่คาดไว้ และยังเป็นการหดตัวทั้งในตลาด อาเซียน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ที่เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าไทย ทำให้ที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าปีนี้ทั้งปี ส่งออกจะขยายตัวได้ 5% ไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีประโยชน์ที่จะตั้งตัวเลขไว้สูงเพื่อท้าทายการทำงาน เพราะจะกลายเป็นทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่นในตัวเลขที่ทางการตั้งไว้ เพราะเป็นการตั้งเป้าหมายที่ไม่สมเหตุสมผล

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประมาณตัวเลขเศรษฐกิจไทยปีนี้ ล่าสุดจะขยายตัวได้ 3.7% บนพื้นฐานการส่งออกขยายตัวได้ 0.1% ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้โต 3.5% บนพื้นฐานการส่งออกขยายตัวได้ 0% และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ ขยายตัวได้ 2.8-3.8% โดยมองว่าการส่งออกขยายตัวได้ 1.2%

จะเห็นได้ว่าทุกหน่วยงานประเมินการส่งออกของไทยปีนี้สูงเกินจริง เมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจของโลกขณะนี้ที่มีสัญญาณถดถอยจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวรุนแรง และการส่งออกเดือน ม.ค. 2559 ของประเทศจีนในรูปของเหรียญสหรัฐ ติดลบ 11.2% ขณะที่การนำเข้าติดลบถึง 18.8% ด้านญี่ปุ่นประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสสุด 4 ปี 2558 ติดลบ 1.4% โดยการส่งออกติดลบ 0.9% และนำเข้าติดลบ 1.4%

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค. ที่ติดลบสูงจนรัฐบาลใจหายไม่น้อย และยังมีโอกาสที่การส่งออกของไทยจะออกอาการย่ำแย่มากขึ้นอีกจากเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวนไม่หยุด และหลายฝ่ายยังเห็นว่ายังไม่ถึงจุดต่ำสุด

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลรู้ว่าเศรษฐกิจไทยไม่สามารถพึ่งการส่งออกเป็นหลักเพียงอย่างเดียวได้ต่อไป จึงมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ทั้งทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจใช้จ่าย และเร่งการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน เพื่อชดเชยการส่งออกที่ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

อย่างไรก็ตาม อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า การลงเร่งทุนภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยชดเชยการส่งออกได้บางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด เพราะแม้ว่าในปีนี้รัฐบาลจะลงนามในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ได้ 20 โครงการ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท แต่กว่าจะลงทุนและเบิกจ่ายงบจริงต้องทยอยทำ 5-10 ปีหลังจากนี้

จากภาพดังกล่าว ทำให้เห็นว่าอย่างไรเสียเศรษฐกิจของไทยยังทิ้งการส่งออกไม่ได้ เพราะมีมูลค่าสูงถึง 60-70% ของจีดีพี ขณะที่การลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภคภาคเอกชน มีสัดส่วนรวมกันเพียง 30-40% ของจีดีพีเท่านั้น โดยเฉพาะการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน ยังเป็นเครื่องยนต์ที่วิ่งได้ไม่เต็มสูบ เพราะการลงทุนภาคเอกชนยังฟื้นตัวได้ช้า เนื่องจากไม่มั่นใจการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังติดหล่มรายได้หด จากพิษเศรษฐกิจที่ชะลอตัวติดต่อมาหลายปี ปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้
ฝืดเคือง กำลังซื้อถดถอย

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจะรอดได้จึงยังคงต้องเร่งแก้ปัญหาการส่งออกของไทยที่เป็นเครื่องจักรใหญ่ของเศรษฐกิจไทยด้วย โดยจะต้องมีทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและโครงสร้างไปพร้อมกัน โดยรัฐต้องทำทุกวิถีทางให้การส่งออกของไทยปีนี้ไม่หดตัว หรือติดลบติดต่อกันเป็นปีที่ 4 เพราะหากทำไม่ได้จะกระทบต่อความเชื่อมั่น

รวมทั้งมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอย เพราะหากดูเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวได้ 2.8% ถือว่าขยายตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่ขยายตัว 2.9% หากรัฐบาลไม่เร่งปั๊มการส่งออกของไทยไตรมาสแรกปีนี้ให้กระเตื้อง ก็มีหวังลากเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่า 2.8% ส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะทดถอยทางเทคนิคทันที เพราะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำลงสองไตรมาสติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาการส่งออกของไทยมีการพูดกันมานาน แต่ไม่มีการปฏิบัติจริง เช่น การแก้ปัญหาสินค้าไทยให้มีคุณภาพและนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น การส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐในทุกๆ ด้าน เช่น มาตรการภาษี การให้เงินช่วยเหลือ แหล่งเงินทุนสินเชื่อต่ำ มีการทำแบบไม่ต่อเนื่อง ทำให้การแก้ปัญหาการส่งออกของไทยเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่ได้ผล และเข้ามุมอับ ต้องพึ่งแต่การลดดอกเบี้ย และทำให้ค่าเงินบาทอ่อนเพื่อพยุงการส่งออกและเศรษฐกิจไทย

แต่ปัญหาของเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ผันผวนรุนแรงและกินเวลานาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าการส่งออกแบบเดิมๆ จึงใช้ไม่ได้ผล เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกในเดือน ม.ค. 2559 ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงจำเป็นต้องยกเครื่องการแก้ปัญหาการส่งออกเป็นการเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจไทยปีนี้จะดิ่ง ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่หลายหน่วยงานประเมินไว้อีกมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท