posttoday
ชี้ คนไทยตายจากโรคหัวใจสูงกว่าต่างประเทศ 3 เท่า

ชี้ คนไทยตายจากโรคหัวใจสูงกว่าต่างประเทศ 3 เท่า

30 กรกฎาคม 2553

จุรินทร์ เผยคนไทยตายจากโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสูงกว่าต่างประเทศ 3 เท่าตัว เร่งขยายการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง รักษาชีวิตผู้ป่วย   พร้อมรณรงค์คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 ลด บวกออกกำลังกาย ป้องกันไม่ให้เป็นโรค

จุรินทร์ เผยคนไทยตายจากโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันสูงกว่าต่างประเทศ 3 เท่าตัว เร่งขยายการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง รักษาชีวิตผู้ป่วย   พร้อมรณรงค์คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 ลด บวกออกกำลังกาย ป้องกันไม่ให้เป็นโรค

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดโครงการ “พร้อมทุกนาที ช่วยชีวีจากโรคหัวใจ”  ที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา สาขารัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ต้องการเห็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันได้รับการดูแลรักษาที่ทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เสียชีวิต เพราะว่าอัตราชีวิตจากโรคนี้ของคนไทยสูงมากถึงร้อยละ 12.6  ขณะที่ต่างประเทศมีอัตราการเสียชีวิตเพียงร้อยละ 4.9 เท่านั้น ซึ่งไทยสูงกว่าต่างชาติถึง 3 เท่า  จึงเป็นที่มาของโครงการที่จะช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยให้ทันท่วงที ซึ่งวิธีการรักษาทางการแพทย์มีตั้งแต่การให้ยาสลายลิ่มเลือด การทำบอลลูน  และการผ่าตัด กระบวนการทั้งหมดนี้จะช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประเด็นปัญหาขณะนี้ ทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการที่จะเข้ามารับการรักษาอย่างทันท่วงที  ขณะเดียวกันต้องให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจด้วย   ซึ่งวิธีที่ทราบกันในหลักสากลคือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการบริโภค  ต้อง 3 ลด ได้แก่ ลดน้ำหนัก ลดอาหารที่เป็นอันตรายโดยเฉพาะอาหารหวาน มัน เค็ม  ลดอบายมุข โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   ถ้าทำใน 3 ส่วนนี้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย  ก็จะมีส่วนช่วยให้โอกาสความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจน้อยลง   เป็นสิ่งที่ต้องการรณรงค์บอกประชาชนทั่วไปให้ปฎิบัติให้ได้ตามนี้   ถ้าทำได้ทั้งหมด  นอกจากลดความเสี่ยงโรคหัวใจแล้ว  ยังลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมทั้งโรคอ้วนด้วย

สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขต้องทำต่อไปคือการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันให้เข้าถึงบริการได้ทันท่วงที    ซึ่งขณะนี้มีสถาบันโรคทรวงอกที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง   ต่อไปจะพยายามพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลในสังกัด สามารถให้บริการเหมือนสถาบันโรคทรวงอกด้วย ซึ่งขณะนี้มีกระจายอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ  เช่น  โรงพยาบาลสวนดอก  โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์   โรงพยาบาลพุทธ-ชินราชพิษณุโลก โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น  แต่ยังไม่สามารถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง  

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับงบไทยเข็มแข้งที่จะพัฒนาระบบสาธารณสุข  จะใช้ปรับปรุงศักยภาพของสถานพยาบาลทุกสังกัดทั่วประเทศ  โดยเฉพาะในส่วนรับผิดชอบดูแลของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2553-2554 ได้งบรวม 35,000 ล้านบาท  ถือเป็นงบพิเศษในการพัฒนาโรงพยาบาลทุกระดับ  จะมีส่วนช่วยศักยภาพโครงการ รักษาโรคหัวใจหลอดเลือดเฉียบพลันด้วย   โดยสถาบันโรคทรวงอกต้องเป็นต้นแบบอบรมเพิ่มพูนศักยภาพของแพทย์ที่อยู่ในต่างจังหวัด ให้สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน 

สำหรับเรื่องสเตนท์ที่กรมบัญชีกลางได้สั่งปรับลดราคา ให้เท่ากับราคาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น  ในเรื้องนี้ได้มอบให้อธิบดีกรมการแพทย์ไปช่วยดูว่า ทิศทางที่ควรจะเป็น ควรเป็นอย่างไร   และมีผลกระทบต่อของเดิมที่โรงพยาบาลได้จัดซื้อไว้แล้วหรือไม่    และให้ประสานความเห็นเพิ่มเติมไปที่กรมบัญชีกลางต่อไป        เพราะว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้ระบบการจัดซื้อสเตนท์แบบรวม   ทำให้ได้ราคาถูกลง  ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว   ไม่จำเป็นต้องให้ซื้อในราคาที่แพงขึ้น  เพียงแต่ว่าโรงพยาบาลในสังกัดอื่นที่จัดซื้ออาจจะไม่ได้ซื้อคราวละจำนวนมาก   ทำให้ราคามีความแตกต่างกัน   แต่ในเรื่องคุณภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องคำนึงเป็นอันดับหนึ่ง ก่อนแข่งขันราคา   หากไม่มีคุณภาพก็ไม่สามารถเปิดประมูลได้ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท